เมืองพัทยาถอดบทเรียนเหตุเพลิงไหม้ เพิ่มประสิทธิภาพการช่วยเหลือประชาชน

ที่ ศาลาว่าการเมืองพัทยา นายรณกิจ เอกะสิงห์ รองนายกเมืองพัทยา พร้อมนายพรชัย สิงข์เอียด ปลัดอำเภอบางละมุงฝ่ายความมั่นคง ร่วมเป็นประธานการประชุมหารือพัฒนาแนวทางการบูรณาการร่วมป้องกันและรักษาความปลอดภัยเมืองพัทยา โดยมีตัวแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ต่าง ๆ เจ้าหน้าฝ่ายป้องกันพลเรือน เจ้าหน้าที่อปพร.และตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ใกล้เคียง เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

นายรณกิจ เอกะสิงห์ รองนายกเมืองพัทยา สำหรับการประชุมหารือพัฒนาแนวทางการบูรณาการร่วมป้องกันและรักษาความปลอดภัยเมืองพัทยา ในครั้งนี้ เนื่องจากเมื่อเกิดเหตุร้ายขึ้นย่อมเกิดการสุญเสียในเรื่องชีวิตและทรัพย์สิน สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเมืองพัทยา อีกทั้งปัจจุบันเทคโนโลยีทางด้านการสื่อสารสังคมออนไลน์มีการสื่อสารถึงกันได้อย่างกว้างขวางและรวดเร็ว การป้องกันเหตุไม่ให้เกิดเหตุร้าย หรือในกรณีเกิดเหตุขึ้นแล้ว สามารถเข้าระงับเหตุหรือให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน การดำเนินการให้ความช่วยเหลือแก้ไขสถานการณ์ต่าง ๆจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการดูแลหลังเกิดเหตุในด้านการเยียวยา เพื่อแก้ไขภาพลักษณ์กลับคืนสู่ภาวะปกติอย่างรวดเร็ว โดยการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวที่ประสบเหตุร้ายได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งเพื่อเป็นการแสวงหาความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการป้องกันและรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยว

ที่ประชุมได้มีการถอดบทเรียนเหตุเพลิงไหม้อาคารพุทธบารมี บ้านสุขาวดี เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 และเหตุเพลิงไหม้ บริษัท S.N.J.พัทยา เมื่อวันที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมาร่วมหารือปัญหาอุปสรรคต่างๆในการเข้าช่วยเหลือและระงับเหตุ หลังพบทั้ง 2 เหตุการณ์ยังขาดเรื่องขอการบัญชาการเหตุ การติดต่อประสานงานขณะเกิดเหตุ ขาดการรายงานผล อีกทั้งเจ้าหน้าที่พนักงานดับเพลิงขาดความรู้และทักษะใหม่ ๆในการเข้าระงับเหตุ การจัดการการจราจรในพื้นที่เกิดเหตุ ทำให้การเข้าช่วยเหลือและการระงับเหตุการณ์ยังไม่ขาดประสิทธิภาพ ทั้งนี้ที่ประชุมได้มีแนวคิดในการปฏิบัติการ การช่วยเหลือเวลาเกิดเหตุทั้งการตั้งโต๊ะบัญชาการเหตุ เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาประจำจุดรับฟังปัญหาและประสานงานปฏิบัติการและสั่งการ เพื่อรายงานผู้บัญชาตามลำดับ และควรจัดให้มีการฝึกซ้อมร่วมกันในระดับปฏิบัติการ เพื่อวางใกรอบการทำงานและตำแหน่งให้ชัดเจน รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่ได้เรียนรู้เทคนิคใหม่ ๆ และนำความรู้ที่ได้จากการฝึกซ้อมมาปรับใช้ในการเข้าช่วยเหลือและระงับเหตุเมื่อเกิดเหตุการณ์ต่อไป