วันเสาร์, กุมภาพันธ์ 21, 2026
Latest:

สส.บช.ทท.สนองนโยบาย ผบ.ตร.กวาดล้างปืนเถื่อน รวบคู่หูไรเดอร์-หนุ่มใหญ่ผลิตปืนเถื่อนประกาศขายทางออนไลน์

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2568 พ.ต.อ.แมน รถทอง ผกก.สืบสวน บช.ทท. พ.ต.ท.กฤตพร แสงสุระ สว.กก.สืบสวน บช.ทท. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกันจับกุม นายวรกันต์ หรือ เต อายุ 24 ปี กับ นายวราษิณ หรือ เพลง อายุ 21 ปี พร้อมของกลาง อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (แบลงค์กันแปลง) ยี่ห้อ Colt รุ่นMMK4 และเครื่องกระสุน .380 จำนวน 7 นัด อาวธปืนไทยประดิษฐ์ (แบลงค์กันแปลง) ยี่ห้อ KIMBER ขนาด .380 จำนวน 1 กระบอก พร้อมแม็กกาชีน และอุปกรณ์ที่ใช้ในการดัดแปลงอาวุธปืนแบลงค์กัน เป็นอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ สว่าน หินเจียร ปากกาจับชิ้นงาน และอะไหล่ชิ้นส่วนแบลงค์กันอีกหลายรายการ

สืบเนื่องมาจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้ทุกหน่วยเร่งกวาดล้างอาชญากรรม เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่อความไม่ปลอดภัยในสังคม โดยเฉพาะอาวุธปืนและกระสุน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดอาชญากรรมในหลายพื้นที่ เจ้าหน้าที่ กก.สืบสวน บช.ทท. ลงพื้นที่สืบหาผู้กระทำผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนและเครื่องกระสนุในพื้นที่ จ.ชลบรี จนกระทั่งพบเบาะแสจากการโพสต์ขายปืนผ่านทางเฟสบุ๊ค เป็นปืน ยี่ห้อ KIMBER (แบลงค์กันแปลง) พร้อมเครื่องกระสุน ในราคา 15,000 บาท ผู้ต้องหานัดหมายจะนำปืนมาส่งที่ริมถนนพัทยาสาย 2 โดยสายลับได้แจ้งตำหนิรูปพรรณกับยานพาหนะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ

กระทั่งกลางดึกของวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายวรกันต์ หรือ เต มาตามนัด และขณะที่กำลังยืนเจรจากับสายลับ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจค้น แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย เมื่อสอบถามเจ้าตัวยอมรับสารภาพว่าได้ติดต่อซื้อขายอาวุธปืนเถื่อนกับสายลับจริง และได้วางอาวุธปืนไว้ที่รถจักรยานยนต์ โดยมี นายวราษิณ หรือ เพลง นั่งเฝ้ารถอยู่ จึงแสดงตัวขอตรวจค้นพบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (แบลงค์กันแปลง) ยี่ห้อColt รุ่นMMK4 พร้อมเครื่องกระสุนปืนขนาด .380 จำนวน 7 นัด ซุกซ่อนอยู่บริเวณขอบกางเกงด้านขวา และยังพบอาวุธปืนไทยประดิษธ์ (แบลงค์กันแปลง) ยี่ห้อ KIMBER ขนาด .380 จำนวน 1 กระบอก พร้อมด้วย แม็กกาชีน วางอยู่บนเรือนไมของรถจักรยานยนต์อีก 1 กระบอก จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมานายวรกันต์ ยอมรับสารภาพว่า ได้ซื้ออาวุธปืนแบลงค์กันมา แล้วนำมาให้นายวราษิณ แปลงเป็นอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ให้สามารถใช้เครื่องกระสุนจริงขนาด 380 ได้ เมื่อพาไปตรวจค้นที่ห้องพักแห่งหนึ่งซึ่งไม่ไกลกับที่จับกุม พบอุปกรณ์ที่ใช้ในการดัดแปลงอาวุธปืนแบลงค์กัน ให้กลายเป็นอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ เช่น สว่าน หินเจียร ปากกาจับชิ้นงาน และอะไหล่ชิ้นส่วนอีกหลายรายการ

ด้านนายวราษิณ ยอมรับสารภาพเช่นเดียวกัน ว่าตนเองเป็นผู้ดัดแปลงอาวุธปืนแบลงค์กันให้กลายเป็นอาวุธปืนไทยประดิษฐ์จริง โดยคิดค่าดัดแปลงในราคากระบอกละ 2,500 บาท พร้อมทั้งสาธิตวิธีการลงมือดัดแปลงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูอีกด้วย โดยผู้ถูกจับทั้งสองรายยังให้ข้อมูลว่า ตนเองเป็นไรเดอร์รับส่งผู้โดยสาร แต่หาเงินได้ไม่พอใช้ ทำให้เงินขาดมือ จึงรวมหัวกันสั่งอาวุธปืนแบลงค์กัน มาดัดแปลงให้สามารถใช้งานได้จริง แล้วลงขายในเฟสบุ๊ค เพื่อหาเงินมาใช้จ่ายและเที่ยวเตร่ ไม่ได้คิดจะเอาไปก่อเหตุรุนแรงแต่อย่างใด

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมควบคุมตัวนายวรกันต์ แจ้งข้อกล่าวหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ ส่วนนายวราษิณ แจ้งข้อกล่าวหา ทำ ประกอบ ซ่อมแชมเปลี่ยนลักษณะ สั่ง นำเข้า มี หรือจำหน่ายซึ่งอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาต และมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ ส่งพนักงานสอบสวนสภ.เมืองพัทยา เพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ มีรายงานข่าวว่าก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมยังได้ร่วมกันล่อซื้ออาวุธปืนยี่ห้อ Kimber Stainless Ultra Raptor II หมายเลขทะเบียน กท56220992 และเครื่องกระสุนปืนขนาด .45 มม.ในราคา 75,000 บาท จากนายวิฑูรย์ หรือ ทอม อายุ 50 ปี ที่ลงขายผ่านเฟสบุ๊ค โดยนัดรับส่งสินค้ากันในพื้นที่ศรีราชา และได้ควบคุมพร้อมของกลาง จึงแจ้งข้อกล่าวหา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ ส่งพนักงานสอบสวนสภ.ศรีราชา ดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายอีก 1 รายด้วย