ศาลไคฟง #4 : ตีแสกหน้า “สื่อถือกะลาโซเชียลฯ”

ศาลไคฟง#4

ตีแสกหน้า “สื่อถือกะลาโซเชียลฯ”

ต้องยอมรับกันครับว่า…. โลกในยุคศตวรรษที่21ก้าวล้ำไปไกลเกินกว่าจินตนาการของผู้คนยุคก่อนๆอย่างสิ้นเชิง….

แรง…เร็ว…ไว ฉุดรั้งยังไงก็เอาไม่อยู่จริงๆ !!

โลกบูดเบี้ยวทั้งใบ ตกอยู่ใต้เงื้อมมือของ “โซเชียล เน็ตเวิร์ก” ยึดทุกลมหายใจกลายเป็น “ทาส” ต่างเสพข่าวสารทางออนไลน์หลากหลายรูปแบบ!!

ทั้ง “ข่าวจริง-ข่าวปลอม” ปลิวว่อนเป็นขยะบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ และบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ…

ในยุคที่ชีวิตผู้คนติดหล่ม “โซเชียลมีเดีย” มากขึ้นเรื่อยๆ จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าข่าวสร้าง ข่าวปล่อย หรือข่าวปลอมทั้งหลายที่เรียกรวมๆ ว่า “เฟคนิวส์ (fake news) ถูกส่งผ่านโลกเสมือนจริง อันแสนจะน่าอัศจรรย์ใจได้รวดเร็วและมากยิ่งกว่าไฟลามทุ่งเสียอีก

“เฟคนิวส์” มอมเมาชี้นำสังคม ใช้เป็นเครื่องมือทำลายล้างฝ่ายตรงข้าม แชร์ผ่าน Social Network หรือ Social Media อย่าง Facebook, Twitter และ LINE ข้อความหรือข่าวเหล่านี้สามารถสร้างความเข้าใจผิดและความเสียหายต่อชาติ บ้านเมืองและสั่นคลอนสังคม อย่างได้ผลเกิดคาด

การกระจายข่าวปลอมมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และสามารถกระจายไปยังกลุ่มคนจำนวนมาก โดยงานวิจัยพบว่าข่าวปลอมหรือ Fake News เข้าถึงผู้ที่อ่านได้มากกว่าข่าวจริงถึง 6 เท่า และข่าวเหล่านั้นมักเกิดจากคนจริงๆ มากกว่า Bot โปรแกรมหรือหุ่นยนต์ที่ถูกสร้างขึ้นมา

ทุกวันนี้มีผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก จึงเกิดการแพร่ข่าวปลอมโดยผู้ส่งสาร และผู้อ่านไม่ได้ตรวจสอบ แล้ว “ควิก”ส่งต่อไปเรื่อยๆ แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเชื้อไวรัสร้ายโควิด-19

จะเห็นได้ว่า บนโลกเสมือนจริงในโซเชียลฯนั้น จึงเกิด “เพจข่าว”ขึ้นมามากมายก่ายกอง…แค่อยากเป็น “สื่อ” ก็แค่สร้างเพจข่าวขึ้นมา แล้ว “อุปโลกน์”ตัวเองเป็นนักข่าว ลงทุนด้วยโทรศัพท์มือถือเพียงเครื่องเดียว บวกกับค่าอินเตอร์เนต แค่ไม่กี่ร้อยบาท…ก็กร่างไปได้ในทุกที่…

สื่อพวกนี้ทำ “สื่อหลัก”พากันงงเป็นไก่ตกเล้า!!

แถมยังก่อความวุ่นวาย เข้าใจผิด ให้กับหน่วยงานอีกเป็นพะเรอเกวียน!!

งานไหน…งานนั้น เมื่อเกิดเหตุคดีต่าง อาทิ ฆาตกรรม, อุบัติเหตุ ,ภัยธรรมชาติ หรือแม้งานเปิดตัวธุรกิจสินค้า งานอีเวนต์โรงแรม บริษัท ห้างร้าน งานแถลงข่าวต่างๆ เป็นต้องยื่น “บัตรเสือก” โผล่ออกจากหลุม ไปขอส่วนบุญ เดินกันเพ่นพล่านไปทั่ว…บางตัววุ่นวายเก็บทรงไม่อยู่ จนเจ้าหน้าที่ส่ายหัวเป็นพัดลมเบอร์5

ห้ามก็ไม่ฟัง ข้อร้องก็ทำมึน แถมยังทำกร่างวางกล้ามใส่!

ซ้ำร้าย… ยังไปทำลายหลักฐานในจุดเกิดเหตุแบบโง่เง่าเต่าตุ่น…จุ้นไปทุกเรื่อง บางทีเจ้าหน้าที่ต้องกิน “ทัมใจ” เพราะต่างก็อิดหนาระอาใจไปตามๆกัน

วันๆคอยแต่เช็คหมายงาน แห่แหนกันไปบานตะไท หวังเพียงแค่ไปไล่ “งับซอง”แบมือขอค่าใช้จ่าย เป็น “วณิพก”พเนจร ร่อนหาเงินเพื่อเอามายาไส้แห้ง…อย่างไร้ศักดิ์ศรี ดูแล้วทุเรศทุรัง สมเพชเวทนา…

บอกให้รู้เลยว่า…. สื่อหลักหลายสำนัก ต่างพากันเอือมระอา รังเกียจเดียดฉันท์ ขยะแขยง สะอิดสะเอียน ปวดเศียรเวียนเกล้าไปกับไอ้พวกผีไม่มีศาลเหล่านี้ยิ่งนัก!!!

หากรักในวิชาชีพสื่อ ในมือต้องกำ “จรรยาบรรณ”ไว้ ไม่ใช่แค่มือถือ หรือคลุมร่างกเฬวรากไร้สถุลรุนชาติ ด้วยเพจกากๆ แล้วออกประกาศตัวว่า “กูเป็นสื่อ” ถามสักคำว่า… มันใช่หรือ?

จะบอกให้จะได้ไม่ “แบกโง่” โปรไฟล์ “สื่อหลัก”ในเมืองพัทยา… กว่าที่ทุกคนจะก้าวขึ้นมาจนเป็นที่ยอมรับของสังคม ยอมมอบเกียรติยศ ศักดิ์ศรี เป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจ ยกย่องในฐานะ “ฐานันดร 4” ไม่ใช่ได้มาเพราะมือถือ หรือ เพจข่าวลวงโลก

หนทางข่าวอันยาวไกลของ “พิราบสังคม” สั่งสมไปด้วยวิชา ความรอบรู้ ประสบการณ์ ความรับผิดขอบต่อสังคม และยึดถือความถูกต้องในจรรยาบรรณ กันมาอย่างมุ่งมั่น

ไม่ใช่สื่อถือกะลาโซเชียลฯเคาะไปทั่วบ้านทั่วเมือง!!

กระสันอยากเป็น “นักข่าว” ทำกร่างเพื่อให้ผู้คนกลัวเกรง เจ้าหน้าที่ไม่กล้าหือ นักเลงเรียกพี่ กระหรี่เรียกป๋า …

มันคือ… “สื่อสากกะเบือ” อย่าหาทำ…จำใส่กะโหลก ชะโงกดูเงาในกะลา ไว้ด้วย !!!

อั๋น พันดาว