รองผวจ.ชลบุรี สั่งด่วน! เร่งสำรวจประชากรจริง-แฝง-คนทัวร์ “บางละมุง-สัตหีบ” เสนอบอร์ดท่องเที่ยวฯ ขอวัคซีนโควิด

ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี (24 มี.ค.2564) นายนริศ นิรามัยวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานการประชุมร่วมกับเมืองพัทยา องค์กรภาคธุรกิจการท่องเที่ยว สำนักงานสาธารณสุข และตัวแทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอบางละมุง และอำเภอสัตหีบ หลังได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ให้จัดประชุมด่วนเพื่อหารือแนวทางการสำรวจจำนวนประชากรใน 2 พื้นที่หลัก เพื่อรวบรวมนำเสนอต่อกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และรัฐบาลในการขอจัดสรรวัคซีนป้องกันเชื้อโควิด-19 มาฉีดให้กับประชาชนและบุคลากรทางการท่องเที่ยว เพื่อรองรับการเปิดประเทศที่ภาครัฐหวังจะเป็นกลไกสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามา อันจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวได้ในเร็ววัน โดยมีเมืองพัทยาเป็น 1 ใน 5 เป้าหมายหลักของภาครัฐตามแผนและนโยบายดังกล่าว

นายนริศ กล่าวว่าก่อนหน้านี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มาประชุมร่วมกับเมืองพัทยาและภาคธุรกิจการท่องเที่ยวเพื่อหารือ รับฟังสภาพปัญหา และชี้แจงแนวนโยบายของภาครัฐในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ซึ่งขณะนี้มีแผนในการเตรียมเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวหลังสถานการณ์เชื้อโควิด-19 ส่งสัญญาณดีขึ้นตามลำดับ

ประเด็นสำคัญคือรัฐจะต้องจัดสรรวัคซีนป้ิงกันโควิด-19 เพื่อฉีดให้กับประชาชนและบุคลากรทางการท่องเที่ยวในพื้นที่ 5 เมืองท่องเที่ยวหลักของประเทศ ซึ่ง 1 ในนั้นคือเมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อฉีดวัคซีนให้ครบตามสัดส่วนร้อยละ 60-70 ของจำนวนประชากรในพื้นที่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว

ดังนั้นประเด็นสำคัญที่มีการจัดประชุมครั้งนี้เนื่องด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้กำชับสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งเมืองพัทยา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เชื่อมโยง และอำเภอสัตหีบ เร่งสำรวจจำนวนประชากรในพื้นที่อย่างเร่งด่วนก่อนจะนำเสนอไปยังกระทรวงฯ และจะเสนอต่อไปยังรัฐบาลเพื่อจัดสรรวัคซีนตามสัดส่วนที่ต้องการ มาฉีดให้กับประชากรและบุคลากรทางการท่องเที่ยว

รองผวจ.ชลบุรี กล่าวว่า สาระสำคัญที่หน่วยงานต่างๆรวมถึงผู้ประกอบการ และองค์กรภาคส่วนต่างๆ รวมถึงสำนักงานประกันสังคมต้องเร่งดำเนินการคือสำรวจจำนวนประชากรในพื้นที่ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 จำพวก ได้แก่ 1.จำนวนประชากรตามทะเบียนราษฎร์ 2.คนไทยหรือแรงงานที่อยู่นอกเขตจังหวัดชลบุรี แต่ประกอบอาชีพในสถานประกอบการใน 2 พื้นที่ และ 3.ชาวต่างชาติ หรือแรงงานต่างด้าว ทั้งในส่วนของที่ได้รับใบอนุญาตและขึ้นทะเบียนกับกระทรวงงานฯ ที่เข้ามาประกอบอาชีพใน 2 พื้นที่หลัก โดยเสนอให้เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน เพื่อนำเสนอกระทรวงท่องเที่ยวฯ และภาครัฐในการจัดสรรวัคซีนต่อไป

นายนริศ กล่าวอีกไปว่าจากการคาดการณ์จำนวนของประชากรทั้ง 3 รูปแบบ คาดว่าจะต้องมีการขอจัดสรรวัคซีนกว่า 1 ล้านโดส เพื่อนำมาฉีดให้กับประชากรและแรงงานให้ครบคนละ 2 โดสในสัดส่วนร้อยละ 60-70 ของจำนวนประชากรในพื้นที่ แต่การดำเนินการดังกล่าวคาดว่าต้องใช้ระยะเวลาในการฉีดวัคซีนพอสมควร เนื่องจากบุคลากรทางการแพทย์มีจำนวนจำกัดและคงจสามารถฉีดวัคซีนได้วันละไม่กี่พันราย ซึ่งกรณีนี้ ภาคธุรกิจระบุว่าเป็นกรณีที่น่าวิตก หากมีการดำเนินการไม่แล้วเสร็จก่อนเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวก็อาจทำให้ทัวร์โอเปอร์เรเตอร์ และกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ ย้ายฐานการเดินทางไปยังภูมิภาคอื่นๆ ที่มีความพร้อมมากกว่า เนื่องจากการจับจองที่พัก แหล่งท่องเที่ยว และการกำหนดเส้นทางการบินนั้นต้องดำเนินการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 เดือน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องวางแผนการบริหารจัดการและหารูปแบบและวิธีการปฏิบัติที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพต่อไป.
อธิบดี บุญชารี รายงาน