โคตรเจ๋ง! “ดวงตาพิฆาต” กล้อง AI ในรถโมบายอัจฉริยะ Tourist Police Pattaya แจ้งทันทีเมื่อเจอคนมี “หมายจับ” แค่เดินผ่านก็ปิดเกม
ตำรวจท่องเที่ยวพัทยา เดินหน้าเปิดเกมรุกฆาต สร้างพื้นที่สีขาวคืนความปลอดภัยให้สังคม ตามคำประกาศ “ทุกตารางนิ้วต้องปลอดจากอาชญากรและอาชญากรรม” บีบพื้นที่ผู้กระทำผิดกฎหมายบ้านเมืองให้ “ไร้ที่ยืนในสังคม” โดยเฉพาะตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั่วไทย ด้วยการนำเทคโนโลยีสุดล้ำ รถปฎิบัติการอัจฉริยะเคลื่อนที่ “CCOC Moblie” ติดตั้งกล้อง “ดวงตาพิฆาต” สแกนใบหน้าบุคคล ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ หรือ “AI” นวัตกรรมทางเทคโนโลยีสุดยอดไฮเทค “ไซเบอร์เวิลด์” มาปฎิบัติการร่วมตรวจจับคนร้าย หรือ บุคคลที่มีหมายจับติดตัว และชาวต่างชาติที่ “โอเวอร์สเตย์” แต่ยังหลบซ่อนแอบแฝงพำนักอยู่อย่างผิดกฎหมาย และสามารถจับผู้ต้องหาตามหมายจับได้สองรายรวด เมื่อช่วงสงกรานต์-วันไหล ที่ผ่านมา
รายแรก เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 16.30 น.วันที่ 21 เมษายน ขณะที่ตำรวจท่องเที่ยว 4 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว1 กำลังมอนิเตอร์จอภาพอยู่ภายในรถปฎิบัติการเคลื่อนที่ CCOC Moblie ที่ติดตั้งกล้องสแกนใบหน้าบุคคลที่เดินผ่านสัญจรไปมา เชื่อมต่อกับเทคโลโลยีสุดล้ำ ระบบAI อัจริยะ ณ บริเวณท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย พัทยาใต้ ท้องที่หมู่ 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พบหญิงสาวรายหนึ่ง ดูจากลักษณะการแต่งตัว สวมแว่นตากันแดดอำพรางใบหน้า มาท่องเที่ยวกับครอบครัว พอเดินเข้ามาอยู่ในโซนตาข่าย AI ทำงาน “ดวงตาพิฆาต” ส่องถึง จอแสดงผลที่ติดตั้งบนรถก็ได้โชว์ข้อมูลให้เจ้าหน้าที่รู้ทันทีว่า พบบุคคลที่มีหมายจับคดีอาญาผ่านเข้ามาในพื้นที่แล้ว
เจ้าหน้าที่ตำรวจสายสืบนอกเครื่องแบบ สถานีตำรวจท่องเที่ยว 4 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1กก.2 บก.ทท.1 (ชลบุรี) จึงเดินตามเข้าไปประกบ พร้อมกับแสดงตัวและอ่านหมายจับให้หญิงสาวคนดังกล่าวที่มีชื่อว่า นางสาวยุพดี อายุ 31 ปี ภูมิลำเนา ถนนศรีบุญเรือง ต.บ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น รับทราบว่า เป็นบุคคลตามหมายจับ “ศาลจังหวัดพล” ที่ 204/2568 ลง 19 สิงหาคม 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้างหรือที่อยู่ในความครอบครองของนายจ้างในเวลากลางคืน”
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งสิทธิต่างๆ ให้ทราบ จึงนำตัวไปทำบันทึกการจับกุมยังสถานีตำรวจท่องเที่ยวพัทยา และควบคุมตัวไปส่งให้กับพนักงานสอบสวน สภ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป นับเป็นผู้ต้องหารายที่ 172 ของจังหวัดชลบุรี ที่ถูก “ดวงตาพิฆาต”ของ “กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว” สแกนจับกุมตัวได้ ขณะกำลังพาครอบครัวมาเติมเต็มความสุข ท่องเที่ยวที่เมืองพัทยา
จากนั้นเวลา 17.00 น.วันเดียวกัน มีชายไทยคนหนึ่ง รูปร่างสูงโปร่ง ตัดผมรองทรง สวมใส่เสื้อยืดคอกลมสีขาว นุ่งกางเกงยีนต์ สะพายกระเป๋าสีดำเฉียงบ่า เดินผ่านเข้ามาในโซนรัศมี “ดวงตาพิฆาต” พอกล้องสแกนใบหน้าเท่านั้น ระบบ AI ฉายแววความอัจฉริยะในเสี้ยววินาที ด้วยการล็อกเป้าหมาย พร้อมแจ้งข้อมูลว่าพบบุคคลที่มีหมายจับให้กับเจ้าหน้าที่ทันที
จากนั้นชุดสืบสวนตำรวจท่องเที่ยวพัทยา เข้าควบคุมตัวทันควัน ทราบชื่อคือ นายอิสรภาพ อายุ 30 ปี ที่ภูมิลำเนา ต.ปากน้ำ อ.เดิมบางนางบวช จ .สุพรรณบุรี เป็นบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดตราด ที่ จ 64/2568 ลงวันที่ 4 มิถุนายน 2568 ในข้อหากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย แก่ประชาชน” ภายหลังจากที่ได้บันทึกการจับกุมเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวได้ควบคุมตัวนายอิสรภาพ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะช้าง จ.ตราด ดำเนินคดีต่อไป
ทั้งนี้ จากสถิติการจับกุม เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัย โดยใช้กล้อง AI ของ “กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว” พบว่า การจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ เชื่อมข้อมูล CIB ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2567 จนถึงปัจจุบัน รวม 862 ราย จำแนกแยกเป็น เชียงใหม่ 140 ราย นครราชสีมา 316 ราย ชลบุรี 173 ราย ภูเก็ต 70 ราย ขอนแก่น 38 ราย หนองคาย 24 ราย กาญจนบุรี 18 ราย อุดรธานี 16 ราย สงขลา 15 ราย นครพนม 13 ราย เลย 9 ราย อุบลราชธานี 7 ราย สมุทรสงคราม 6 ราย พิษณุโลก 5 ราย พระนครศรีอยุธยา 3 ราย ตาก 2 ราย สระแก้ว 1 ราย นครสวรรค์ 1 ราย เกาะสมุย 1 ราย และ สนามบินสุวรรณภูมิ 4 ราย
สำหรับการนำเอาเทคโนโลยีสุดล้ำมาใช้ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม เพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว โดยพยายามสร้างแหล่งท่องเที่ยวให้ปลอดจากอาชญากรและอาชญากรรม ทั้งหมายจับและโอเวอร์สเตย์ เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว
ในส่วนของสถานีตำรวจท่องเที่ยว 4 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1กก.2 บก.ทท.1 (ชลบุรี) ภายใต้การนำของ พ.ต.ท.ปราบดา สุขสุนทรีย์ สวญ.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 ได้สั่งให้ พ.ต.ท.ภาวิตร ฉิมพาลี พร้อมด้วย พ.ต.ท.อภิชาติ จารุรักษ์ สว.ส.ทท.4กก.2บก.ทท.1 และชุดสืบสวน ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 ออกกวาดล้างอาชญากรรม สร้างพื้นที่ความปลอดภัย ให้ปลอดจากอาชญากรและอาชญากรรม ในพื้นที่เมืองพัทยา สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลก
อั๋นพันดาว รายงาน




