อาชญากรรม

“บิ๊กแป๊ะ”สั่งห้ามใช้อาคารสถานบันเทิงวอล์กกิ้งสตรีทหลังเกิดเพลิงไหม้-พฐ.รุดเก็บหลักฐานเพิ่ม คาด15 วันรู้สาเหตุเพลิงไหม้

จากกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิง เดอะ นัชชา ผับ พัทยา ตั้งอยู่เลขที่ 47/1 ภายในโครงการถนนคนเดินพัทยาใต้ หรือวอล์กกิ้งสตรีทพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสถานบันเทิงชื่อดังของเมืองพัทยา โดยเพลิงได้สร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท โดยที่ผ่านมา สภ.เมืองพัทยา และเจ้าหน้าที่จากเมืองพัทยาได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสภาพที่เกิดเหตุในการเบื้องต้นพร้อมประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยในการงดใช้อาคารดังกล่าว

ต่อมาเมื่อวันที่ 14 ก.ย.นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเมืองพัทยา คณะทำงานนายกเมืองพัทยา และเจ้าหน้าที่ส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เพื่อติดตามความคืบหน้าสถานการณ์ โดยมีเจ้าหน้าที่จากฝ่ายบรรเทาภัยพิบัติทางบก สำนักปลัดเมืองพัทยา ทำการปิดกั้นพื้นที่ของบริเวณโดยรอบของอาคารที่ถูกเพลิงไหม้ซึ่งกินบริเวณกว้างกว่า 6-7 คูหา สูง 3 ชั้น เพื่อรอการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ตำรวจภูธรภาค 2

ด้านนายทรัพย์ทวี อองโนบาล หัวหน้าฝ่ายภัยพิบัติทางบกเมืองพัทยา ชี้แจงว่าจากการสอบถามเจ้าหน้าที่ของร้านทราบว่าสถานบันเทิงแห่งนี้ปิดมานานหลายเดือนแล้วเพราะปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่ทราบว่าบริเวณด้านบนของอาคารจะมีห้องเก็บเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มประเภทอัดลม ซึ่งต้องมีการเปิดเครื่องปรับอากาศเพื่อป้องกันความร้อนไว้ตลอดในช่วงเวลากลางวัน ก่อนจะปิดในช่วงเย็นและเปิดอีกครั้งหลังเวลา 20.00 น.ซึ่งทำมาเป็นเวลานานแล้ว และก็อาจเป็นสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจรับทราบแล้วและกำลังทำการตรวจสอบ

จากนั้น นายสนธยา กล่าวว่าภายหลังเกิดเหตุได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่จากสำนักการช่างเมืองพัทยา เข้ามาตรวจสอบโครงสร้างของตัวอาคารเพื่อประเมินความปลอดภัยว่าจะมีการให้รื้อถอนออกหรือไม่ แต่ได้มอบหมายให้เสนอเรื่องเพื่อระงับการใช้อาคารเป็นการชั่วคราวแล้วเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ไม่มีความปลอดภัย จากนั้นจะปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองพิสูจน์หลักฐานเข้าไปดำเนินการตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม การเกิดเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ต้องชื่นชมเจ้าหน้าที่ที่สามารถระงับเพลิงได้ในเวลาอันรวดเร็วและสามารถควบคุมได้ในวงจำกัดทำให้ไฟไม่ลุกลามไปอาคารด้านข้างจนเกิดความเสีย หายรุนแรง

นายสนธยากล่าวอีกว่าอย่างไรก็ตามปัญหาหนึ่งที่พบคือเรื่องของปัญหาไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้เมืองพัทยาได้ร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคดำเนินการร้อยท่อวางสายใต้ดินที่จะแล้วเสร็จในเร็ววันนี้ จากนั้นจะมีการปรับสภาพผิวฟุตปาธคืนพื้นที่สาธารณะ พร้อมวางแนวทางจัดระเบียบพื้นที่ โดยเฉพาะเรื่องป้ายของร้านค้าผู้ประกอบการ ซึ่งก่อนหน้านี้แม้จะมีการปรับระดับความสูงไปแล้ว แต่ความหนาแน่นของป้ายที่ยื่นออกมาจากตัวอาคารก็เป็นอุปสรรต่อรถดับเพลิงขนาดใหญ่ ไม่สามารถเข้าไปถึงที่เกิดเหตุได้โดยสะดวก ซึ่งจากนี้จะมีการขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการเพื่อแก้ไขต่อไป

นอกจากนี้ วันเดียวกัน พล.ต.ต.ทนงค์ ทองประดับเพชร ผบก.ศพฐ.2 พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่เมืองพัทยา พนักงานสอบสวนสภ.เมืองัสยา เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อเก็บหลักฐานเพิ่มเติมอีกครั้ง โดยเชิญตัวพนักงานร้านชี้จุดที่พบเพลิงไหม้ ก่อนจะลุกลามเป็นวงกว้าง เป็นช่วงของห้องเก็บเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนชั้นสอง ได้รับความเสียหายทั้งหมด

ด้านเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานนายหนึ่งเปิดเผยว่าได้เข้าตรวจสอบ และเก็บวัตถุพยานที่เกิดเหตุไปวิเคราะห์ หลังจากนี้จะนำผลการพิสูจน์ไปร่วมหารือกับฝ่ายต่างๆ เพื่อสรุปสาเหตุของเพลิงในครั้งนี้ คาดว่าน่าจะสรุปผลได้ภายใน 15 วัน ส่วนเรื่องของประกันนั้นทางร้านระบุว่ามีการยื่นทำประกันไว้ แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดแต่อย่างใด.