จับจริง 23 ผู้ฝ่าฝืนคำสั่งปิดชายหาด ช่วงโควิด-19 ส่งดำเนินคดีทุกราย

พ.ต.อ.เขมรินทร์ พิศมัย ผกก.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า หลังจากที่ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ในฐานประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดชลบุรี ได้มีประกาศให้งดใช้พื้นที่สาธารณะเพื่อสังสรรค์หรือทำกิจกรรมใด ๆ และงดใช้พื้นที่ชายหาดในจังหวัดชลบุรีทุกแห่ง ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2563 ในพื้นที่ชายหาดในพื้นที่ความรับผิดชอบของสภ.เมืองพัทยา พบมีผู้ฝ่าฝืนประกาศคำสั่งดังกล่าวและถูกดำเนินคดีไปแล้ว 23 ราย ซึ่งมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

ทั้งนี้หากมีพบมีการฝ่าฝืนคำสั่งของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดชลบุรีในการใช้พื้นที่ชายหาด จะได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยพบผู้ฝ่าฝืนบ้างรายถูกศาลสั่งจำคุกโดยไม่รอลงอาญา ซึ่งพฤติการณ์ส่วนใหญ่จะมานั่งกินดื่ม บริเวณชายหาดช่วงเวลายามเย็นพระอาทิตย์ตกดินจะพบมีประชาชนมาทำกิจกรรมเข้าลักษณะมั่วสุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค ทั้งนี้สำหรับโทษของผู้ฝ่าฝืนมาใช้พื้นที่สาธารธรและชายหาดนั้น จะมีโทษ 2 ส่วน คือโทษตามประกาศคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดชลบุรี และโทษตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉิน หลัง 22.00น. คือโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท

ผกก.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยต่ออีกว่า ทั้งนี้สำหรับเมืองพัทยาที่ผ่านมาถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม แต่ปัจจุบันเมืองพัทยาอยู่ในภาวะของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งในวันนี้สิ่งแรกที่ประชาชนทุกคนต้องให้ความร่วมมือด้วยการหยุดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้ได้ฉะนั้นกิจกรรมใด ๆ หรือสถานที่ใดก็ตามที่ทำให้เกิดการร่วมตัวกันของผู้คนในเวลาเดียวกันและสถานที่เดียวกันในจำนวนมาก ๆ ถือเป็นความเสี่ยง จึงอยากจะขอความร่วมมือ หากอยากจะให้โลกของเราประเทศไทยและเมืองพัทยากลับมาสู่ภาวะปกติดังเดิมประชาชนทุกคนต้องอดทนและให้ความร่วมมือกับแนวทางป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ของเจ้าหน้าที่ก่อน แต่หากยังดำเนินชีวิตตามอำเภอใจ อยากจะได้รับความสะดวกสบายในช่วงนี้ จะก่อให้เกิดความเสียหายในระยะยาวภาวะปกติจะกลับมาได้ยากและช้า จึงอยากจะขอความร่วมมือว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสดังกล่าวเป็นเรื่องของทุกคนที่จะต้องมีวินัย คำนึงถึงประโยชน์ต่อสวนรวมประโยชน์ต่อสาธารณะ