ชาวเมืองพัทยา กู้ศักดิ์ศรี!ปมเดือด “นักวิชาการ”บูลลี่ โยงเลือกตั้งพัทยาแดนเถื่อน!
“น้ำเป็นของปลา….”
“ฟ้าเป็นของนก….”
นายก เป็นของ “ปรเมศวร์”
ในเมื่อทุกอย่างมันขาวผ่องเป็นยองใย…คนที่ “ตรงปก” ที่สุด! คือคนที่ใช่…เสียงในหัว ชาวเมืองพัทยา เขาเลือกแล้ว!
หลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเมืองพัทยา ประกาศผลการนับคะแนนเลือกนายกฯ กับ สมาชิกสภาเมืองพัทยา ไปเบ็ดเสร็จสะเด็ดน้ำแล้วเมื่อวันก่อน
แต่ทาง กกต.ยังต้องตากลมบ่มแก๊ส ผึ่งแดดอีกพัก ถึงจะได้ให้การรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ตามมาภายหลัง 30 วัน นับแต่วันเลือกตั้งเป็นต้นมา
ดูจากผลการนับคะแนนแบบเรียลไทม์ผ่านเว็บไซต์ Vote Pattaya และเว็บไซต์เมืองพัทยา ผู้สมัคร “นัมเบอร์2” ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ “กลุ่มเรารักพัทยา” โกยคะแนนเสียงไปด้วยตัวเลขกลมๆ 20,184 คะแนน เข้าป้ายนั่งเก้าอี้นายกฯมาเป็นที่หนึ่ง!
ชนะคู่แข่ง นายอิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร เบอร์1 สังกัดพรรคประชาชน ซึ่งได้ 11,566 คะแนน ไปแบบขาดลอยทิ้งห่างไม่เห็นฝุ่น ชนะท่วมถึง 8 พันกว่าคะแนน
ส่วนลูกหาบกลุ่มเรารักพัทยา สมาชิกสภาเมืองฯทั้ง 4 เขต พาเหรดยกแผงเข้าสภาฯไปยกกุรุส 24 คน เรียกว่าเต็มคาราเบล แบบว่า “นายกฯเบียร์”ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ก่อนจะคุยถึงเบื้องลึกศึกเลือกตั้ง “นายกฯ69” โฟกัสไปดูผู้มีสิทธิเลือกตั้งในรอบนี้กันหน่อย จากจำนวนหน่วยเลือกตั้ง 113 หน่วย ผู้ที่มีสิทธิลงคะแนน 80,188 คน มาใช้สิทธิ 34,677 คน คิดเป็น 43.24% บัตรดี 33,283 ใบ คิดเป็น 95.98% บัตรเสีย 589 ใบ คิดเป็น 1.70% บัตรไม่เลือกผู้ใด 805 บัตร คิดเป็น 2.32%
ดูเหมือนว่า มีผู้คนออกมาใช้สิทธิหย่อนบัตรเลือกตั้ง นายกเมืองพัทยาและสมาชิกสภาเมืองฯในปีนี้ น้อยกว่าการเลือกตั้งเมื่อ 4 ปีก่อน
ย้อนกลับไปดูคะแนนเลือกตั้ง “นายกเมืองพัทยา” สมัยที่แล้วเมื่อปี 2565 “เดอะเบียร์”ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ชนะเลือกตั้ง ด้วยคะแนน 14,590 คะแนน โดยคู่แข่งซึ่งเป็นชายกลาง แห่งบ้าน “วัฒนศาสตร์สาธร” นามว่า “สินไชย” ได้ไป 12,695 คะแนน เฉือนกันไปแบบไม่ไกลห่างมากนัก 1,895 คะแนน ขณะที่ “คณะก้าวหน้า” ส่ง กิตติศักดิ์ นิลวัฒนโฒชัย ได้คะแนนไป 8,826 คะแนน
มาดูก่อนเข้าสู่โหมด เลือกตั้งนายกเมืองพัทยาปี2569 ที่เพิ่งผ่านไปหมาดๆ หากยังจำกันได้ ช่วงเปิดตัวผู้ลงชิงชัยในตำแหน่งนายกฯบ้านใหญ่นาเกลือ “วัฒนศาสตร์สาธร” เรียกเสียงฮือฮาจากคอการเมืองได้ดีทีเดียว
เมื่อพี่ใหญ่ “นิรันดร์ วัฒนศาสตร์สาธร” อดีตนายกเมืองพัทยา เปิดตัว“เจ็กวัฒน์” อิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร น้องนุชคนสุดท้อง
ประกาศตัวลงสนาม สู้ศึก “ชนช้าง” อีกครั้ง ถือเป็นการกลับมาทวงคืนความหวังอีกรอบ ทำเอาเหล่าคอการเมือง ถึงกับยกศึกไฟต์นี้ว่าเป็น “นัดล้างตา” ค่ายป๋านิรันดร์ กลับมาด้วยท็อปฟอร์ม สดกว่าแต่ก่อน
อีกซีกฝั่ง “สายส้ม” ได้เปิดตัวผู้ลงชิงชัย ในนามพรรคประชาชน ดีกรีระดับด๊อกเตอร์ เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่กี่วัน สุดท้ายประกาศถอนตัว ด้วยเหตุผล “ไม่พร้อม”
แล้วจู่ๆ “เจ็กวัฒน์” อิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร ก็โดดลงมาสวมเสื้อสีส้มแทน ลงสมัครชิงนายกเมืองพัทยา เบอร์ 1 ในนามพรรคประชาชน ส่งเข้าประกวด
ปรับกลยุทธ์หาเสียง “พลิกเกมสู้” แต่เกมดันสู้กลับ!
ไม่รู้ด้วยเหตุผลกลอันใด ฐานคะแนนเสียงสีส้ม 8 พันกว่าคะแนน เมื่อคราวเลือกตั้งครั้งก่อน กลับเงียบกริบเข้ากลีบเมฆ
แถมฐานคะแนนเสียงเดิม เมื่อคราว “สินไชย” พี่ชายคนกลาง เคยได้ไปเมื่อปี 2565 รวม 12,695 คะแนน กลับหดลงไปอีก “เจ็กวัฒน์” ทำได้11,566 คะแนน หายไปพันกว่าคะแนน
เสียงถกในวงเซียนการเมืองฟันธง เมื่อมีการผสมข้ามสายพันธุ์ “ดีเอ็นเอ”เปลี่ยน อัตลักษณ์ย่อมเปลี่ยนตามไป มีผลบนพื้นที่ หลากสี
เกมการเมือง “ไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวร” พลิกไปพลิกมา ย่อมมี “บทเรียน” ให้ถอดเสมอ!
คล้อยหลังควันไฟในสมรภูมิเลือกตั้งสงบลง “เจ็กวัฒน์” อิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร ผู้สมัครในนามพรรคประชาชน ออกมาแถลงยอมรับความปราชัย
พร้อมกับต่อสายตรงไปแสดงความยินดีกับ “นายกฯเบียร์” ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ “กลุ่มเรารักพัทยา” ที่ยังรักษาเข็มขัดแชมป์ไว้ได้เหนียวแน่น ด้วยคะแนนเสียงสนับสนุนให้ไปต่อท่วมท้น
ภาษาจีนหนึ่งคำมีความหมาย “กากี่นั้ง”คนกันเองทั้งนั้น แพ้ก็คือแพ้ ในเมื่อ “ประชามติ” เลือกปรเมศวร์ เป็นนายท้ายเรือ มอบความไว้วางใจให้เป็นผู้ถือหางเสือ นำพา “พัทยา”แหวกฝ่าคลื่นลมต่อไปอีกหนึ่งสมัย
หัวใจนักกีฬา “เจ็กวัฒน์” ถือว่าสุดยอด ปิดจ๊อบ “กล่าวขอบคุณทุกคะแนนเสียง และยินดีกับผู้ชนะ” แบบไม่มีอะไรค้างคาใจ การเมืองใสๆ ไม่แบก! จบแบบสวยๆ รวยน้ำใจ ใครเป็นก็ได้ เพราะอย่างไร “พัทยา” ต้องไปต่อ
สนามรบ จบลงด้วย มิตรภาพชื่นมื่น…
แต่…แต่… เอ๊ะ!แรงกระเพื่อม “อาฟเตอร์ช็อก”กลับมีตามมา!
ออกตัวก่อนนะว่า เรื่องที่มีคนไปกดปุ่มเดือด ทำให้ชาวบ้านชาวเมืองพัทยา ลุกออกมาต่อต้าน ไม่มีผู้สมัครเลือกตั้งผู้หนึ่งผู้ใด เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเลยสักคน
ปมเดือดปุดๆเกิดจาก ฝีปาก “นักวิชาเกิน”บางคน กลอนพาไป ล้วนๆ
แล้วรู้ไหม? ด้วยเหตุใด? ชาวพัทยา ถึงอารมณ์พุ่งพล่านเป็นกาต้มน้ำเดือด!
ติดแฮชแท็ก #SavePattaya ขึ้นเต็มหน้าฟีด กระจายบนทุกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย
ต้นเรื่องจาก นักวิชาการท่านหนึ่ง ไปแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งนายกฯและสมาชิกสภาเมืองพัทยา ผ่านรายการดังของทีวีช่องหนึ่ง
กล่าวถึงการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ชลบุรีและพัทยา ในทำนองว่า การเมืองของตระกูลใหญ่ในพื้นที่มีประวัติความขัดแย้งรุนแรงมายาวนาน การเลือกตั้งท้องถิ่นในพัทยา
“เป็นสนามที่ไม่ค่อยมีใครอยากลง”
เพราะผู้สมัครไม่รู้ว่าจะต้องเผชิญกับอะไร หรืออาจถึงขั้น “โดนยิงกลางสนาม”
ผู้ที่ลงสมัครเลือกตั้งในพัทยาต้องแข่งขันกับ “บ้านใหญ่” แข่งขันกับคนที่มีสีหนุนหลัง แข่งขันกับกลุ่มที่ทำธุรกิจต่างๆ ในพื้นที่
ก่อนเหมายกเข่ง ด้อยค่าว่า พัทยามีทั้งบาร์ การค้าผู้หญิง มาเฟียรัสเซีย ยาเสพติด และของเถื่อน
แถมยังทิ้งท้ายด้วยคำถาม ประเทศไทยต้องการให้การเมือง ท้องถิ่นอยู่ภายใต้อิทธิพลของพวกค้ายา กลุ่มสีเทา และผู้ค้าของเถื่อนหรือไม่
“มันต้องมีคนกล้าสู้”
แม้จะฟังแล้ว ดูเหมือนให้กำลังใจผู้ที่กล้าลงแข่งขันทางการเมือง แต่คนพัทยา เหมือนถูกเหมารวมโดนด้อยค่าไปด้วย ทำให้สังคมเข้าใจเมืองท่องเที่ยวระดับโลกอย่างพัทยาว่า…
เต็มไปด้วยผู้มีอิทธิพล ธุรกิจสีเทา แหล่งค้าประเวณี ที่ซ่องสุมกลุ่มมาเฟียข้ามชาติ ยาเสพติด และของเถื่อน รวมทั้งยังหมายในทำนองว่าเป็นดินแดน “มิคสัญญี” ที่มีแต่การเบียดเบียน ใช้ความรุนแรง รบราฆ่าฟันกัน เมื่อมีการเลือกตั้งท้องถิ่นเกิดขึ้น
กระแสเสียงชาวบ้านชาวเมืองฯ เขาว่าอยากวิพากษ์วิจารณ์การเมืองก็ว่าไป แต่ไม่ควร “เหมายกเข่ง” ด้อยค่าภาพลักษณ์เมืองพัทยา ด้วยถ้อยคำหยามเหยียด คนพัทยาฟังแล้ว…รับไม่ได้!
ในเมื่อมีใครที่ยังไม่รู้จักพัทยาดีพอ แต่กลับมา “สาดสี” เลอะเทอะเปรอะประ
เย็นย่ำยามแดดร่มลมตก วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2569 ช่วงเวลา 17.30-18.30 น. ชาวเมืองพัทยานัดหลอมรวมพลัง ประกอบร่าง ให้เป็นหนึ่งเดียว พากันออกไปร่วม “ปกป้องเมืองพัทยา” #Save Pattaya
นัดหมายรวมพล ณ ลานสีฟ้า ท่าเรือแหลมบาลีฮาย พัทยาใต้!
เรียกร้องให้ “ผู้ดำเนินรายการ”และ “นักวิชาการ” ต้นตอ “ปมเดือด” ให้ออกมา “ขอโทษ”คนพัทยา ด้วยความจริงใจ!
ออกไปกู่ร้องให้ก้องโลก กู้ศักดิ์ศรีของชาวเมืองพัทยา ดังกระหึ่มกึกก้องอีกครา !
อั๋นพันดาว






