ชลบุรีจัดใหญ่เทศกาลแห่โคม ชมพระฉาย สืบสายศิลป์ ถิ่นหนองจับเต่า เขาชีจรรย์ ครั้งที่ 12 ที่สุดแห่งศรัทธา–ศิลป์ ส่องแสงงามหน้าผาเขาชีจรรย์
ที่ มณฑลพิธีหน้าพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 20 ก.พ.2569 ที่ผ่านมา มีการเปิดงานประเพณีแห่งแสงไฟและศรัทธาสุดยิ่งใหญ่ “เทศกาลแห่โคม ชมพระฉาย สืบสายศิลป์ ถิ่นหนองจับเต่า เขาชีจรรย์ ครั้งที่ 12” ประจำปี 2569 ท่ามกลางพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวที่พร้อมใจสวมใส่ผ้าไทยอย่างสวยงาม โดยมี นายชัยพร แพภิรมย์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานในพิธี โดยกล่าวว่า จังหวัดชลบุรีมุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ผ่านการนำต้นทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาเป็นจุดขาย งานแห่โคมเขาชีจรรย์ ถือเป็นตัวอย่างชัดเจนของการผสมผสานศรัทธา ศิลปะ และประวัติศาสตร์ สร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ทรงคุณค่าให้กับอำเภอสัตหีบและจังหวัดชลบุรี
ด้านนางอำไพ ศักดานุกูลจิต สไลวินสกี้ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีที่ 12 ของการจัดงาน ไฮไลท์ คือ “ขบวนแห่และประกวดโคมประทีปของชุมชน” ซึ่งแต่ละชุมชนได้รังสรรค์โคมอย่างวิจิตรตามแบบศิลปไทย เพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระบรมสารีริกธาตุที่ประดิษฐาน ณ พระอุระของพระพุทธมหาวชิรอุตตโมภาสศาสดา (เขาชีจรรย์)
นอกจากนี้ ยังมีการแสดงโขนกลางแจ้ง ตอน “หนุมานถวายแหวน” จากวิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี ท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำคืน โดยมีหน้าผาเขาชีจรรย์เป็นฉากหลังอันทรงพลัง โดยงานจัดเป็นเวลา 2 วัน คือวันที่ 20-21 ก.พ.2569 ที่มีการตัดสินผลรางวัลการประกวดโคมประทีป พร้อมการแสดงโขนชุดใหญ่ ตอน “ศึกสิบขุนสิบรถ” ที่อลังการเข้มข้นยิ่งขึ้น
พระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย วาดด้วยแสงเลเซอร์บนหน้าผา ศิลปะสุโขทัยผสมล้านนา สูง 130 เมตร หน้าตักกว้าง 70 เมตร ภายในพระอุระ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ สร้างขึ้นเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ครบ 50 ปี ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ


