เปิด 10 ข้อจาก 6 ผู้แทนสมาคมคนพิการ ร่วมสแกนนโยบาย 9 พรรคการเมืองด้านคนพิการ…คำสัญญา หรือแค่ลวงคะแนน
ที่ช้ัน 2 อาคารบรรยายรวม 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต (5 กุมภาพันธ์ 2569)นายวิทยุต บุนนาค นายกสมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย จัดให้มีการเสวนาในเวที สแกนนโยบายพรรคการเมืองด้านคนพิการ คำสัญญาหรือแค่ลวงคะแนน โดยมีผู้แทนสมาคมคนพิการ ผู้แทนทั้ง 9 พรรคการเมือง นำคนพิการที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวอย่างคับคั่ง
เวทีดังกล่าว สมาคมสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ได้แบ่งกิจกรรมออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ ข้อเสนอเชิงนโยบายจากผู้แทนคนพิการ 6 ประเภท, การนำเสนอนโยบายที่ขับเคลื่อนให้กับคนพิการ และช่วงสุดท้ายการประชันนโยบายคนพิการ ซึ่งในช่วงที่ 2 ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ทั้ง 9 พรรคการเมือง เปิดนโยบายเด็ดมามัดใจคนพิการ ก่อนที่จะดำเนินการเลือกตั้งในช่วงสุดสัปดาห์นี้ มี ดร.สุภรธรรม มงคลสวัสดิ์ เลขาธิการมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เป็นผู้เชิญตัวแทนพรรคการเมือง ได้แก่
นายพีรวิชญ์ ขันติศุข ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย เผยว่า ทางพรรคมีนโยบาย 3 เสาหลักเพื่อคนพิการ ในเรื่องของการปรับสวัสดิการคนพิการเทียบเท่าสากล พร้อมเพิ่มนโยบายส่งเสริมการผลิตอุปกรณ์เพื่อคนพิการในประเทศไทย ตลอดจนเพิ่มงบรายหัวในการรักษาพยาบาลคนพิการ รวมทั้งสร้าง Job Matching Platform จับคู่คนพิการกับงานที่ใช่ และปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน หรือ ตึกราชการ ตามหลัก Universal Design ด้วยตอนนี้เรามีร่างพรบ.Universal Design แล้ว ครม.เปิดเมื่อไหร่ พร้อมยื่นทันที โดยจะดึงคนพิการเข้ามามีร่วมในคณะทำงาน เพื่อให้การตัดสินใจ หรือการออกแบบตรงกับความต้องการ และผู้พิการสามารถใช้งานได้จริง
ด้าน ปทิตตา ไชยปาน ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นผู้พิการทางสายตาทราบดีถึงปัญหาของคนพิการ พรรคพร้อมเพิ่มเบี้ยคนพิการเป็น 1,600 บาท/เดือน อายุต่ำกว่า 18 ปี ได้ 2,000 บาท ในส่วนของการจ้างงาน เตรียมที่จะส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐจ้างงานคนพิการ ตามโควต้าที่กฎหมายกำหนด ปัจจุบันพบว่ามีกว่า13,000 อัตรา พร้อมจูงใจภาคเอกชนให้รับคนพิการเข้าทำงานเต็มโควต้า ส่วนกลไกสำคัญที่จะทำให้กฎหมายคนพิการสามารถบังคับใช้ได้ คือ กฎหมายนั้นๆจะต้องถูกเขียนออกมาให้เข้าใจง่าย มีการประชาสัมพันธ์ออกไปในวงกว้าง และจะต้องมีการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจให้เกิดขึ้นกับสังคมร่วมด้วย
ส่วน ชยพล เจียงกะรัต หัวหน้าทีมยุทธศาสตร์พรรคไทยก้าวใหม่ เผยว่า เราพร้อมใช้เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์เข้ามายกระดับระบบขนส่งสาธารณะ รถเมล์ หรือ รถไฟฟ้า มีระบบสื่อสารอัจฉริยะสามารถบอกสายรถ จุดจอด หรือนำทางไปยังที่นั่งได้ รวมทั้งพื้นที่สาธารณะ ก็จะเต็มไปด้วยนวัตกรรมช่วยนำทาง และอำนวยความสะดวกที่เหมาะสมกับคนพิการ ในส่วนของการจัดการศึกษาให้คนพิการสามารถเรียน และมีงานทำนั้น พบว่าสัดส่วนของผู้พิการในปัจจุบันไม่ได้อยู่ในช่วงของวัยเรียน จะอยู่ในช่วงของวัยทำงาน ผู้สูงอายุเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นทางพรรคจึงเน้นไปในส่วนของการศึกษานอกระบบส่งเสริมให้สร้างครูคนพิการสอนคนพิการด้วยกันเอง ตลอดจนโน้มน้าวให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการอัพสกิล-รีสกิลให้กับคนพิการ เพื่อให้เห็นถึงศักยภาพ นำไปสู่การจ้างงานต่อไป
ขณะเดียวกันในเรื่องของการจ้างงาน ดร.อนุสรี ทับสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ได้มีการประกาศเป็นครั้งแรกว่า ทางพรรคจะปรับกฎหมายโควตาจ้างงานคนพิการจาก 100 ต่อ 1 คน เป็น 50 ต่อ 1 คนให้ได้ นอกจากสิ่งสำคัญที่จะต้องแก้ไขระบบแล้ว ภาครัฐจะต้องโน้มน้าวใจเอกชนให้หันมาจ้างงานคนพิการ โดยมีแรงจูงใจในเรื่องของการลดหย่อนภาษี พร้อมสนับสนุนการปรับสถานที่ทำงานให้รองรับคนพิการ ตลอดจนช่วยภาคเอกชนในการจับคู่งานให้เหมาะสมกับความพิการแต่ละประเภท ไม่ใช่ให้เอกชนเดินเอง หรือคนพิการไปหาสมัครงานเอง ซึ่งขอยืนยันว่า แม้จะได้เข้าไปทำหน้าที่ในรัฐบาลหรือไม่ จะขอเดินหน้าให้ถึงที่สุด เพราะนโยบายนี้เป็นนโยบายที่ให้โอกาสกับทุกชีวิตของผู้พิการ
ด้าน อรรถพล ศรีชิษณุวรานนท์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน เผยว่า พรรคประชาชนพร้อมปรับเบี้ยคนพิการเป็น 1,200 บาท และคนที่มีความพิการรุนแรงเป็น 2,000 บาท รวมทั้งส่งเสริมให้มีธนาคารอุปกรณ์ ให้คนพิการสามารถเข้าถึงกายอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ และส่งเสริมการใช้สิทธิ กองทุนผู้พึ่งพิง จ้างผู้ช่วยคนพิการ เพื่อชีวิต อิสระ ตลอดจนสร้างระบบดูแลผู้สูงอายุ และผู้พึ่งพิงในระยะยาว โดยเราเชื่อว่าหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนนโยบายของคนพิการ คือ จุดเริ่มต้นต้องชัดเจน และพร้อมลงมือทำอย่างจริงจัง การดึงคนพิการเข้ามาร่วมทำ ร่วมสะท้อนปัญหา ร่วมวางแนวทาง รวมทั้งดึงคนในสังคมเข้ามามีส่วนร่วมก็จะทำให้การเดินหน้านโยบายในมิติของคนพิการไปสู่ความสำเร็จได้ นี่คือเจตจำนงของเรา
ต่อมาโฆษกพรรคไทยสร้างไทย โดย ปริเยศ อังกูรกิตติ กล่าวว่า พรรคไทยสร้างไทย มีนโยบาย 5 เรื่องสำหรับคนพิการ เราสนับสนุนให้กองทุนส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นกองทุนอิสระ เพราะปัจจุบันคนพิการเข้าถึงยากมาก พบว่าเข้าถึงเพียง 20% ซึ่งกองทุนมีมูลค่าถึงหมื่นล้าน ในส่วนของการจ้างงานเราจะไม่เรียกร้องเอกชน เพราะทุกวันนี้หน่วยงานรัฐจ้างงานคนพิการแค่ 20% จาก 15,000 อัตรา นั่นเท่ากับว่าจ้างจริงเพียง 3,000 คน หากไทยสร้างไทยเข้าไปเป็นรัฐบาล และได้ดูแลกระทรวงใดก็ตาม เตรียมจ้างงานเต็มโควต้า 100% ตลอดจนสนับสนุนการแก้พรบ.การศึกษา ให้คนพิการสามารถเรียนรวมได้จริง พร้อมทั้งยกเลิกการจำกัดชั่วโมงของ PA หรือผู้ช่วยคนพิการ พบว่าปัจจุบันมีจำนวน 1,000 คน ซึ่งได้ค่าตอบแทนแค่ 60 บาท/ชั่วโมง 5 เรื่องนี้ ไทยสร้างไทย เชื่อมั่นว่าจะทำได้จริง และพร้อมเข้าไปผลักดันนโยบายเพื่อคนพิการ
ขณะที่ พงศพัศ กตคุณวิสิทธิ์ ผู้สมัคร ส.ส. กทม.เขตธนบุรี พรรคกล้าธรรม เผยว่า เราเพิ่มแล้วเบี้ยคนพิการเป็น 1,000 บาทจ่ออยู่ประตูหน้าบ้านท่าน และเรามีความพร้อมที่จะเปลี่ยนบทบาทรัฐ จากผู้แจก เป็นผู้ออกแบบ เปลี่ยนบทบาทคนพิการจาก ผู้รับ เป็นพลเมืองผู้มีสิทธิ์ และมีประสิทธิภาพ โดยใช้ 3 เสาหลักทำงานในส่วนนี้ รัฐจะเป็นผู้กำกับระบบว่าจะทำอย่างไรให้คนพิการเข้าถึงตลาดแรงงาน เป็นตัวกลางในการจับคู่แมทชิ่งกับภาคเอกชน รวมทั้งหาผู้ประกันความเสี่ยงในการทำงาน เพื่อเป็นการให้คุณค่ากับคนพิการ ซึ่งงานคือหัวใจสำคัญ สำหรับผู้พิการกว่า 1.2 ล้าน พบว่าปัจจุบันมีการจ้างงานไม่ถึง 40% ด้วยซ้ำ พรรคพร้อมส่งเสริมให้คนพิการมีคุณค่ามีงานทำ และแสดงศักยภาพ ไม่ใช่รอแค่เพียงเบี้ยคนพิการ
ด้าน ส่งศักดิ์ ฉัตรชูสกุล กรรมการบริหารพรรคเศรษฐกิจ กล่าวว่า รูปธรรมที่ชัดเจนที่สุดที่คนพิการจะได้รับ หากพรรคเศรษฐกิจได้เข้าไปเป็นรัฐบาล คือ นโยบาย คอรัปชั่น เท่ากับ ประหาร เราควรที่จะหันมาปฏิรูปขบวนการยุติธรรมทั้งระบบนี่คือหัวใจสำคัญในการแก้ไขปัญหา ความล่าช้า ความซ้ำซ้อน ความไม่โปร่งใสต่างๆ ของกองทุนส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ก็จะหมดไป คนพิการก็จะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ ในเรื่องของการจ้างงานเราเตรียมที่จะจัดทำบัญชีทักษะแห่งชาติ เพื่อให้เรารู้ว่าเราขาดอะไร จะต้องเติมอะไร และเรามีความสามารถอะไรที่จะไปอยู่ในฟันเฟืองของโครงสร้างการเปลี่ยนแปลงประเทศ ซึ่งพรรคของเราขอย้ำว่า เราไม่ใช่ที่รวมตัวของนักการเมือง แต่ 99% คือคนไทยที่มีหัวใจทำเพื่อบ้านเมือง และพี่น้องประชาชน
ปิดท้ายที่ นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย เผยว่า เราทำนโยบายออกมาให้ทุกคนเสมอภาคเท่าเทียมกันไม่แบ่งแยก นโยบายเด็ก สตรี หรือผู้สูงอายุ แต่เราจะให้แต้มต่อ หรือ พลัสแทน คนพิการก็เช่นกัน ที่ผ่านมาเราได้มีการปรับแก้กฎระเบียบ หรือหลักเกณฑ์ ของกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพ ร่วมกับอบจ.ให้ครอบคลุมการดูแลคนพิการ และปัจจุบันจะเพิ่มการเข้าถึงให้มากขึ้น เตรียมผลักดันไปสู่กองทุนในระดับจังหวัด นี่คือจุดเชื่อมโยงกับทางข้อเสนอที่ทุกท่านได้กล่าวไว้ในช่วงแรกของเวทีนี้ ส่วนในเรื่องของการศึกษา เราก็มีพลัสให้คนพิการ ต้องมีโอกาสเรียนรู้ในทุกที่ โดยเฉพาะระบบออนไลน์ เราพร้อมสนับสนุนอินเตอร์เน็ตฟรี และส่งเสริมให้หน่วยงาน หรือองค์กรต่างๆ รวมทั้งภาคเอกชนจัดทำหลักสูตรให้ตรงกับความต้องการแรงงาน เมื่อเรียนจนจบหลักสูตร ก็สามารถใช้วุฒิบัตรสมัครเข้าทำงานได้ตรงตามกับความต้องการ ตลอดจนส่งเสริมให้คนพิการได้มีโอกาสเรียนรู้ และเข้าถึงการใช้งาน AI อย่างเท่าเทียม ที่สำคัญคือฟรี นี่คือสิ่งที่พรรคเตรียมจะทำในก้าวต่อไป
ทั้งนี้สิ่งหนึ่งที่ผู้แทนจากทั้ง 9 พรรคการเมือง รับปากพร้อมที่จะทำ และเร่งผลักดัน คือ แก้ไขกฎหมายเพื่อคนพิการ นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอเชิงนโยบายทั้ง 10 ประเด็น ตามมติสมัชชาคนพิการแห่งชาติ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้พิการทั่วประเทศ รอคอยที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลง โดยทุกพรรคการเมืองให้ความสำคัญ และมีนโยบายคนพิการที่เตรียมจะเดินหน้าต่อ ซึ่งก็ต้องรอลุ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ พรรคใดจะได้เข้าไปจัดตั้งรัฐบาล และนโยบายคนพิการจะเกิดขึ้นได้จริงไหม หรือจะเป็นแค่เพียงวาจาลวงคะแนนโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และออกเสียงประชามติ 8 กุมภาพันธ์นี้
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |


















