วันพุธ, กุมภาพันธ์ 4, 2026
Latest:

มทภ.4 รุกสร้าง “สภาวะแวดล้อมสันติสุข” เปิดประชุมคณะขับเคลื่อนการพูดคุยเพื่อสันติสุขระดับพื้นที่ ปี 69 พร้อมรับฟังความเห็นทุกภาคส่วน ยึดหลักสันติวิธี-เคารพสิทธิมนุษยชน

ที่โรงแรมซี.เอส. ปัตตานี พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 เป็นประธานเปิดการประชุมคณะขับเคลื่อนการพูดคุยเพื่อสันติสุขระดับพื้นที่ (คพท.) ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 โดยมี พลตรีชาคริต อุจะรัตน รองแม่ทัพภาคที่4 , นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี , พันเอก อุทัย รุ่งสังข์ รองผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี , พันเอก สรรัศมิ์ นิลสลับ รองผู้บังคับการกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ , พันตำรวจเอกสนธยา ธูปทอง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี และผู้แทนจากหน่วยงานรัฐ ผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น และภาคประชาชนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

ในการประชุม มีการกล่าวถึงการมุ่งเน้นยุทธศาสตร์สร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการดับไฟใต้ด้วยแนวทางสันติวิธีอย่างยั่งยืน ในการประชุมครั้งนี้ พลโท นรธิป ได้วางกรอบแนวทางปฏิบัติชัดเจนตามแผนยุทธศาสตร์เพื่อสร้างความเข้าใจและลดเงื่อนไขความขัดแย้ง โดยมีเป้าหมายหลักในการปรับบทบาทภาครัฐสู่การเป็นผู้สนับสนุน “สันติสุขจากฐานราก” ผ่านกลไกสำคัญ 3 ด้าน ดังนี้:

1.ยกระดับเวทีสาธารณะ: เปลี่ยนเสียงสะท้อนเป็นทางออก หัวใจสำคัญของปีนี้คือการ “จัดเวทีสาธารณะในระดับหมู่บ้าน” เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน และกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้สะท้อนความกังวลและความคาดหวังอย่างตรงไปตรงมา โดยมุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้ด้านสันติวิธีให้แก่ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชน เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการต่อต้านการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ

2.ปั้น “พื้นที่สันติสุขขนาดเล็ก”: พหุวัฒนธรรมนำการพัฒนา ที่ประชุมได้ชูโมเดลการสร้างพื้นที่สันติสุขขนาดเล็กในระดับหมู่บ้านและตำบล โดยเน้นกระบวนการแบบ “สะสมความสำเร็จ” นำทุกฝ่ายทั้งทหาร ตำรวจ พลเรือน รวมถึงกลุ่มเห็นต่าง และประชาชนทั้งพุทธ-มุสลิม มาทำงานร่วมกันภายใต้จุดแข็งของชุมชน เช่น ภาษา ศาสนา การท่องเที่ยว และการประกอบอาชีพ เพื่อสร้างความกินดีอยู่ดีควบคู่ไปกับความปลอดภัย

3.โปร่งใส-เป็นธรรม: ยึดมั่นสิทธิมนุษยชน
แม่ทัพภาคที่ 4 เน้นย้ำมาตรการเข้มงวดในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายและการปฏิบัติการทางทหาร “ต้องไม่สร้างเงื่อนไขการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเด็ดขาด” พร้อมสั่งการให้มีระบบตรวจสอบข้อเท็จจริงในทุกเหตุการณ์และชี้แจงต่อสังคมทันที เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและลดช่องว่างระหว่างรัฐกับประชาชน

ผู้เข้าร่วมประชุมรายหนึ่ง ซึ่งเป็นตัวแทนภาคประชาชน เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของรัฐในการปรับตัวเข้าหาประชาชนมากขึ้น โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับข้อเสนอแนะที่จะนำไปสู่การกำหนดนโยบายจริง

“เราคาดหวังว่าเวทีนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่เสียงของคนในหมู่บ้านถูกนำไปขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้สันติสุขไม่ใช่เพียงคำพูด แต่เป็นความสงบสุขที่สัมผัสได้จริงในชีวิตประจำวัน”

การขับเคลื่อนของ คพท. ในปี 2569 จึงเป็นการส่งสัญญาณบวกถึงความตั้งใจจริงในการแก้ปัญหาโดยใช้การพูดคุยนำการอาวุธ มุ่งสร้างเครือข่ายมวลชนที่ปฏิเสธความรุนแรงและร่วมกันสร้างทางออกให้จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างสันติ