โผล่แล้ว! ดวงไฟปริศนาที่แท้ “ว่าวจุฬา”เรืองแสง คนทำขอโทษชาวตะเคียนเตี้ย ไม่เจตนาทำให้ตื่นตระหนก
ตามที่ในโลกออนไลน์มีการแชร์ภาพและคลิปวิดีโอวัตถุเรืองแสงปริศนาลอยอยู่บนท้องฟ้า เหนือบริเวณพื้นที่ตำบลตะเคียนเตี้ย เมื่อค่ำคืนวันที่ 8 มกราคม 2569 จนสร้างความสงสัยให้กับชาวบ้านว่าอาจเป็น การบินโดรนผิดกฎหมายหรือไม่นั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 เจ้าของวัตถุเรืองแสงปริศนา ซึ่งใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Sakkarin Sakja….” ได้เขียนชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กของตัวเองว่า “ขอโทษคนตะเคียนเตี้ยทุกคนด้วยครับ ที่ทำให้เข้าใจผิดว่ามีการบินโดรน แต่ที่จริงแล้วไม่ใช่การบินโดรนครับ คือ ว่าวติดไฟ กราบขอโทษพี่น้องชาวตะเคียนเตี้ยด้วยครับ”
พร้อมกันนี้ เจ้าตัวยังยืนยันด้วยว่า แสงไฟที่เห็นบนท้องฟ้า ไม่ใช่โดรน แต่เป็นว่าวจุฬาติดหลอดไฟ LED ดวงเล็กๆ เพื่อให้สวยงาม พร้อมกับเผยว่าเป็นช่างทำว่าว และรับทำว่าวตามออร์เดอร์ลูกค้า ทั้งว่าวสำหรับเล่นในเวลากลางวันและกลางคืน สำหรับว่าวชักกลางคืน จะติดหลอดไฟ เพื่อให้มีแสงสวยงามเวลาขึ้นไปเล่นลมอยู่บนท้องฟ้า นิยมเล่นกันในช่วงงานเทศกาลต่างๆ โดยในคืนก่อนได้นำว่าวจุฬาที่ทำเสร็จ ไปทดลองชักดู เพื่อตรวจเช็คสมรรถนะและความเรียบร้อย ก่อนส่งมอบให้ลูกค้า จนกลายเป็นเรื่องเกิดความเข้าใจผิด
“ผมไม่ได้มีเจตนาสร้างความตื่นตระหนก ต้องกราบขอโทษพี่น้องชาวตะเคียนเตี้ย และคนที่เห็นอีกครั้ง ขอยืนยันอีกครั้งว่า ไม่เกี่ยวข้องกับการบินโดรนอะไรทั้งนั้น” เจ้าของเฟซดังกล่าว” ระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า CAAT ออกประกาศฉบับที่ 13 ห้ามบินโดรนโดยเด็ดขาด 7 จังหวัดชายแดน เพิ่มเติมจังหวัดนครราชสีมา พื้นที่ที่ห้ามบินเด็ดขาด เป็นพื้นที่ที่มีการวางกองกำลัง หรือการปฏิบัติการภาคพื้นระดับจังหวัด ใน 7 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ตราด สระแก้ว บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สุรินทร์ และอุบลราชธานี นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ที่มีการวางกองกำลัง หรือการปฏิบัติการภาคพื้นที่ระดับอำเภอ ได้แก่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง รวมถึงในบางจังหวัดที่มีความเสี่ยงด้านความมั่นคงค่อนข้างสูง จะประกาศห้ามบิน “โดรนและว่าว” ในเวลากลางคืนด้วย
อั๋น พันดาว


