ชาวบ้านแตกตื่น พบแสงปริศนาบินกลางดึก เหนือน่านฟ้าตะเคียนเตี้ยขณะความมั่นคงตามแนวชายแดนกำลังเป็นที่จับตามอง วอนภาครัฐตรวจสอบ ชี้แจงข้อเท็จจริง
ชลบุรี (8 มกราคม 2569) เมื่อเวลา 22.00 น.ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากประชาชนในพื้นที่ตำบลตะเคียนเตี้ย อำเภอบางละมุง ว่ามีผู้พบเห็นวัตถุปริศนาลักษณะเป็นแสงสีสว่าง บินอยู่บนน่านฟ้า บริเวณใกล้วัดตะเคียนเตี้ย สร้างความแตกตื่นและความสงสัยให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก
จากการสอบถามประชาชนที่พบเห็น ระบุว่า วัตถุดังกล่าวมีลักษณะคล้ายโดรน แต่บางคนตั้งข้อสังเกต ว่าอาจเป็นว่าวที่ติดไฟ เนื่องจากมีการเคลื่อนไหวไปมาในอากาศ
อย่างไรก็ตาม การบินในช่วงเวลากลางคืนเช่นนี้ ทำให้หลายคนรู้สึกไม่สบายใจ โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์บ้านเมืองและประเด็นความมั่นคงตามแนวชายแดนกำลังเป็นที่จับตามอง ชาวบ้านต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมของการนำวัตถุลักษณะดังกล่าวมาบินในยามวิกาล เกรงอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือสร้างความตื่นตระหนกแก่ประชาชนในพื้นที่
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยังไม่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบหรือชี้แจงข้อเท็จจริงแต่อย่างใด ขณะที่ชาวบ้านต่างเรียกร้องให้ผู้ที่เป็นเจ้าของแสงสีในคลิปหรือวัตถุดังกล่าว ออกมาแสดงตัวและชี้แจงให้ชัดเจน ว่าสิ่งที่ปรากฏบนน่านฟ้าเหนือพื้นที่ตะเคียนเตี้ยนั้น เป็น “ว่าว” หรือ “โดรน” กันแน่ เพื่อคลายข้อสงสัย และความกังวล ของประชาชนในพื้นที่ต่อไป
อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนธ.ค.2568 ที่่ผ่านมา จากเหตุการปะทะระหว่างไทยกับกัมพูชา และปรากฏโดรนปริศนาบินว่อนตามแนวชายแดนไทยกัมพูชาในช่วงค่ำคืนอย่างต่อเนื่อง ทำให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT ออกประกาศฉบับที่ 13 (2568) ห้ามบินโดรนโดยเด็ดขาด 7 จังหวัดชายแดน เพิ่มเติมจังหวัดนครราชสีมา รวมถึง จังหวัดชายฝั่งตะวันออก ได้แก่ ชลบุรี ระยอง ด้วย ดังนี้
ประกาศ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ฉบับที่ 13 เรื่อง “ห้ามบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (Drone) ในพื้นที่ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศในช่วงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา” มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 20 ธันวาคม 2568 จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง
ก่อนหน้านี้ CAAT ได้ออกประกาศฉบับที่ 12 ห้ามทำการบินอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนและพื้นที่ที่มีการปฏิบัติการ เพื่อความมั่นคงและความปลอดภัยการบิน อย่างไรก็ตาม จากการติดตามและ ประเมินสถานการณ์ด้านความมั่นคงอย่างใกล้ชิดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายหลังการบังคับใช้ประกาศฉบับก่อนหน้า พบว่าสถานการณ์บริเวณแนวชายแดนไทย–กัมพูชามีแนวโน้มทวีความตึงเครียดมากขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อย และการปฏิบัติภารกิจของหน่วยงานด้านความมั่นคง จึงเห็นสมควร ยกระดับมาตรการควบคุมการใช้งานโดรนของพลเรือนให้มีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ
พื้นที่ที่ห้ามบินเด็ดขาด
• พื้นที่ที่มีการวางกองกำลัง หรือการปฏิบัติการภาคพื้นระดับจังหวัด ใน 7 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ตราด สระแก้ว บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สุรินทร์ และอุบลราชธานี
• พื้นที่ที่มีการวางกองกำลัง หรือการปฏิบัติการภาคพื้นที่ระดับอำเภอ ได้แก่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง
• พิ้นที่ที่หน่วยงานปกครอง และหน่วยงานความมั่นคงได้รัการประสานให้ประกาศห้ามเป็นการเฉพาะเพิ่มเติม ได้แก่ นครราชสีมา
• พื้นที่รัศมี 9 กิโลเมตร (5 ไมล์ทะเล) รอบสนามบินที่กำหนด
• พื้นที่ที่หน่วยงานด้านความมั่นคงประกาศเพิ่มเติมเป็นการเฉพาะ
โดยมีเงื่อนไขในการทำการบิน ดังนี้
• ผู้ใช้งานต้องขึ้นทะเบียนผู้บังคับโดรน รวมถึงขึ้นทะเบียนตัวโดรนกับ CAAT ให้เรียบร้อย ถูกต้อง และครบถ้วน
• ยื่นคำขออนุญาตปฏิบัติการบินล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน ผ่านระบบแอปพลิเคชัน UAS Portal หรือ uasportal.caat.or.th
• ปฏิบัติการบินที่ความสูงไม่เกิน 90 เมตร (300 ฟุต) เหนือพื้นดิน
• สามารถบินได้ในเวลา 06.00–18.00 น. หากต้องการบินในช่วงเวลา 04.01 น. ถึง 05.59 น. หรือช่วงเวลา 18.01 น. ถึง 24.00 น. ให้ขอปฏิบัติแตกต่างจากเงื่อนไขที่กำหนดต่อ CAAT ผ่านช่องทาง UAS Portal หรือ uasportal.caat.or.th ทั้งนี้ ห้ามบินในช่วงเวลา 00.01–04.00 น. ทุกกรณี
• เมื่อได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติการบินแล้ว ก่อนการปฏิบัติการบินทุกครั้ง ให้ผู้ได้รับอนุญาตแจ้งข้อมูลพื้นที่ที่ปฏิบัติการบิน วันและเวลา และวัตถุประสงค์การปฏิบัติการบินต่อ CAAT ผ่านแอปพลิเคชัน UAS Portalรวมถึงแจ้งต่อ ศบตอ.น. อีเมล : antidrone.police@gmail.com
• การปฏิบัติการบินที่แตกต่างจากเงื่อนไขที่กำหนด ต้องยื่นคำขออนุญาตและเอกสารเพิ่มเติมต่อ CAAT ผ่าน UAS Portal
สำหรับโดรนของราชการทหาร ตำรวจ ศุลกากร กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงทรัพยากรฯ และสำนักข่าวกรองฯ สามารถปฏิบัติการได้ตามอำนาจหน้าที่ ทั้งนี้ เฉพาะโดรนของศุลกากร กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงทรัพยากรฯ หากมีการบินในพื้นที่ห้ามบิน ขอความร่วมมือแจ้งข้อมูลล่วงหน้าผ่าน UAS Portal หรือ uasportal.caat.or.th รวมถึง แจ้งต่อ ศบตอ.น. antidrone.police@gmail.com และหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้องในพื้นที่
หากพบเห็นการใช้งานโดรนที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย หรืออาจเป็นภัยต่อความมั่นคงที่ฝ่าฝืนตามประกาศฉบับนี้ ให้แจ้งข้อมูล ได้แก่ วัน เวลา สถานที่ที่พบเห็น ลักษณะของโดรน และภาพถ่ายหรือคลิปวิดีโอ (ถ้ามี) ไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยเร็วผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่ง ดังนี้
• กองพัฒนามาตรฐานและเทคโนโลยีระบบอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ฝ่ายมาตรฐานอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย โทรศัพท์ 02-568-8851 หรืออีเมล uas_us@caat.or.th
• ศูนย์บังคับและต่อต้านอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (โดรน) กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศบตอ.น.) โทรศัพท์ 02-126-7846 หรืออีเมลantidrone.police@gmail.com
• ศูนย์แจ้งเหตุใกล้พื้นที่ เช่น สถานีตำรวจท้องที่ หน่วยทหาร หรือหน่วยความมั่นคงที่รับผิดชอบ
ในพื้นที่นั้นๆ
ที่มา : กองสื่อสารองค์กร สำนักกรรมการและผู้อำนวยการ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย โทร : 02-568-8803