วันพฤหัสบดี, มิถุนายน 4, 2026
Latest:

“ทำดี 100 วัน เพื่อแม่ของแผ่นดิน” เปิดชีวิต “เหยื่อระเบิด” ผู้ยืนหยัดด้วยขาเดียว สะอื้นเห็นลูก/สามี รับภาระหนัก

โครงการ “ทำดี 100 วัน เพื่อแม่ของแผ่นดิน” เปิดอีกมุมของเหยื่อความรุนแรง นางวิภาวรรณ ปลอดแก่นทอง ผู้สูญเสียขา-ตาบอด จากเหตุการณ์ปี 2561 แม้จะสู้จนกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ แต่ปัญหาปากท้องที่ต้องพึ่งพารายได้หลักวันละ 300 บาท คือความท้อแท้ที่แอบร้องไห้ทุกวัน วอนภาครัฐ/ภาคีเครือข่าย สนับสนุนอุปกรณ์ซ่อมรถ เพื่อสร้างอาชีพเสริมให้ครอบครัว

โครงการ “ทำดี 100 วัน เพื่อแม่ของแผ่นดิน” ริเริ่มโดย สมาคมสื่อมวลชนเพื่อพัฒนาชายแดนภาคใต้ (JSD-South) ได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง จากวันที่ 26 ต.ค. 2568 ถึง 2 ก.พ. 2569 โครงการนี้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นขององค์กรสื่อในพื้นที่ที่ต้องการใช้พลังของสื่อมวลชนในการขับเคลื่อนงานด้านสังคม และมนุษยธรรมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

กิจกรรมที่เกิดขึ้นในวันที่ 20 ยังคงได้รับการสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายที่สำคัญหลากหลายกลุ่ม ได้แก่ ศูนย์พัฒนาอาชีพกลุ่มร่วมด้วยช่วยกันชายแดนใต้ และผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ นายปกรณ์ พึ่งเนตร บรรณาธิการบริหารเนชั่นทีวี/เนชั่นออนไลน์ และบรรณาธิการศูนย์ข่าวภาคใต้ สำนักข่าวอิศรา NBT จังหวัดยะลา รวมถึงการประสานงานกับหน่วยงานรัฐ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการ ศอ.บต. และ พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9

นอกเหนือจากภารกิจสร้างสรรค์สังคมในโครงการ 100 วัน ทีมข่าวได้ติดตามชีวิตของ นางวิภาวรรณ ปลอดแก่นทอง เหยื่อความรุนแรงในพื้นที่ ซึ่งเป็นตัวอย่างของกลุ่มเปราะบางที่ต้องต่อสู้ หลังได้รับผลกระทบจากเหตุระเบิด

ย้อนกลับไปในเช้ามืดของวันพฤหัสบดีที่ เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2561 เวลาประมาณ 05.45 น. ได้เกิดเหตุระเบิดรุนแรงขึ้นในสวนยางพารา พื้นที่บ้านแค หมู่ 1 ต.ตาชี อ.ยะหา จ.ยะลา ส่งผลให้นางวิภาวรรณ ปลอดแก่นทอง อายุ 41 ปี (ขณะนั้น) ได้รับบาดเจ็บสาหัส จนต้อง ตัดขาซ้ายตั้งแต่ใต้หัวเข่า สูญเสียการมองเห็น (ตาบอด) และมือข้างซ้ายไม่สามารถใช้งานได้อย่างปกติ

ผู้สื่อข่าวติดตามชีวิตของ นางวิภาวรรณ ในปัจจุบัน พบว่าเธอได้ย้ายมาพักอาศัยที่บ้านเลขที่ 13 หมู่ 4 ต.ตาชี โดยใช้เงินเยียวยาที่ได้รับจาก ศอ.บต. ในการซื้อที่ดินและปลูกสร้างเป็นที่อยู่อาศัย

นางวิภาวรรณ เล่าว่า เธอพยายามปรับตัวจนสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้เกือบทั้งหมด ทั้งการขับรถจักรยานยนต์ไปตลาด ส่งลูกไปโรงเรียน และทำงานบ้านด้วยตัวเอง แรกๆ ลำบากมาก ทำไม่ได้ แต่สู้จนตอนนี้ชินกับสิ่งที่เกิดขึ้น ก็ต้องยอมรับ

“ถามว่าเคยลืมมั้ยกับสิ่งที่เกิดขึ้น อยากบอกว่า ไม่เคยลืมเลย มันจำได้ตลอด” นางวิภาวรรณ กล่าว และระบุอีกว่า ถึงแม้สภาพร่างกายจะปรับตัวได้ แต่สิ่งที่ทำให้นางวิภาวรรณ รู้สึกท้อแท้จนต้องแอบร้องไห้ทุกวัน คือปัญหาเรื่องรายได้ ด้วยสภาพขาที่ไม่เอื้ออำนวยทำให้เธอไม่สามารถกลับไปกรีดยางในสวนซึ่งมีพื้นที่ไม่ราบเรียบได้อีก ทุกวันนี้รายได้หลักจึงต้องพึ่งพาสามีและลูกชาย ที่ทำงานกรีดยางสองคน รวมกันแล้วมีรายได้เพียงวันละ 300 บาท เพื่อเลี้ยงดูสมาชิกในครอบครัวรวม 7 ชีวิต

“วันที่ฝนตกก็ไม่ได้เงินเลย ตอนนี้ขาไม่ดีอยู่แล้ว ถ้าไปรับจ้างกรีดยางอีกก็อาจมีปัญหา ทำอะไรมากก็ไม่ได้ แอบร้องไห้ตลอด ท้อ รายได้ไม่พอกับรายจ่าย” นางวิภาวรรณ กล่าว และความหวังเดียวของ นางวิภาวรรณ คือการได้รับอุปกรณ์ซ่อมรถจักรยานยนต์ เพื่อให้สามีและลูกชายสามารถเปิดร้านซ่อมเล็กๆ เป็นอาชีพเสริมหลังเลิกกรีดยางได้ ซึ่งจะช่วยให้เธอสามารถช่วยดูแลงานในร้านได้ด้วย โดยสมัยแรก หน่วยงานภาครัฐได้เคยเอามาให้แล้วครั้งหนึ่ง แต่สามีคนก่อนตอนที่แยกทางกัน เขาขนไปหมด รวมถึงลูกที่พิการ สามีเก่าก็เอาไปด้วย

ปัจจุบัน นางวิภาวรรณ หวังว่าจะมีผู้สนับ สนุนอุปกรณ์ชุดนี้เพื่อพลิกฟื้นให้ครอบครัวกลับมายืนหยัดได้อย่างเข้มแข็งอีกครั้ง ท่ามกลางภารกิจ “ทำดี 100 วัน” ที่ยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง

นางวิภาวรรณ ยังได้กล่าวขอบคุณสมาคมสื่อมวลชนฯ และผู้ใหญ่ใจดีที่ได้จัดกิจกรรมดีๆ เช่น โครงการทำดี 100 วัน และชื่นชมความตั้งใจของภาคีเครือข่าย โดยระบุว่าในฐานะชาวบ้านที่ไม่ได้มีอะไรมาก ขอเชิญชวนทุกคนให้มาร่วมทำความดีเพื่อแม่หลวงของแผ่นดินในโอกาสนี้ด้วย