วันศุกร์, มิถุนายน 5, 2026

เมืองพัทยาเตรียมปรับโฉมป้ายวอล์คกิ้งสตรีท เป็นจอ LED 3D ยกระดับการเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก

เมื่อไม่นานนี้ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการปรับปรุงป้ายทางเข้าถนนคนเดินพัทยาหรือวอล์คกิ้ง สตรีท แหล่งสถานบันเทิงยามราตรียอดนิยมของเมืองพัทยาว่า เมืองพัทยาเตรียมดำเนินโครงการปรับปรุงจอ LED วอล์คกิ้งสตรีท เพื่อปรับปรุงและพัฒนาของเดิมที่ทรุดโทรม ให้มีความทันสมัย สวยงาม สมกับเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก จำนวน 2 จุด

จุดที่ 1 ปรับปรุงป้ายปากทางเข้า Walking Street จากของเดิมที่เป็นป้าย static ขนาด 8×4 เมตร ให้มีความทันสมัย เป็นจอ LED กว้าง 9 เมตร สูง 12 เมตร ความละเอียด P4.81 รูปแบบโค้งมน ติดตั้ง 2 ด้าน ทั้งด้านหน้าและหลังตรงประตูทางเข้า-ออก โค้งนูนรับกับถนน โดยจอจะมีความสว่างสูงแบบ billboard ภาพคมชัดสวยงามทั้งกลางวันและกลางคืน ตัวอักษร LED Custom เป็นคำว่า Walking Street เสาหุ้มใหม่ด้วยอลูมิเนียมคอมโพสิต ตกแต่งด้วย neon flex ปรับเปลี่ยนสีได้

ส่วน จุดที่ 2 คือประตูทางเข้าเดิมฝั่งแหลมบาลีฮาย ปรับโฉมเป็นจอหน้าตรง ขนาด 9×3 เมตร ความละเอียด P4.81 ติดตั้งจอ 1 ด้าน คือฝั่งทางเข้า ส่วนอีกฝั่งจะเป็นตัวอักษรโลหะออกไฟ คำว่า Walking Street สามารถปรับสีได้ โดยมีระยะเวลาดำเนินงาน 120 วัน เริ่ม 24 เมษายน – 21 สิงหาคม 2568 ทั้งนี้จึงได้มีการชี้แจงรายละเอียดการดำเนินงาน พร้อมทั้งหารือรูปแบบคอนเทนต์ที่จะลงในจอ LED ดังกล่าว ให้มีความโดดเด่น สวยงาม แสง สี เสียง น่าสนใจ และเหมาะสมกับความเป็นเมืองพัทยา ซึ่งในที่ประชุมได้เสนอความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง

นายปรเมศวร์ กล่าวเสริมอีกว่า การปรับปรุงป้ายจอ LED วอล์คกิ้งสตรีทในครั้งนี้ คณะผู้บริหารมีความตั้งใจที่จะพัฒนาสู่ความทันสมัย โดดเด่น ตอบโจทย์ความเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ประทับใจทุกครั้งที่ได้มาเยือนเมืองพัทยา โดยอาจจะมีการสร้างคอนเทนต์โปรโมทเมืองพัทยาในด้านต่างๆ โดยทำเป็นตัวการ์ตูนมาสคอตที่เป็นเอกลักษณ์บ่งบอกความเป็นเมืองพัทยา หรืออาจทำเป็นภาพกิจกรรมที่สวยงาม ดึงดูดสายตานักท่องเที่ยว เป็นต้น ทั้งนี้ให้ทางบริษัทผู้รับจ้างไปจัดทำรายละเอียดเนื้องานคอนเทนต์มาหลากหลายรูปแบบที่บ่งบอกถึงความเป็นเมืองพัทยา พร้อมแผนการรื้อถอนอุปกรณ์ และการปิดช่องทางการจราจรชั่วคราวในวันที่มีการรื้อถอน และมาประชุมพิจารณาความเหมาะสมร่วมกันอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 5 พ.ค.นี้ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด และลดผลกระทบต่อประชาชนและนักท่องเที่ยวให้มากที่สุด