วันอังคาร, มิถุนายน 25, 2024
+อาชญากรรม

ไม่เข็ดหลาบ!! โจรลักสายไฟบนถนนมอเตอร์เวย์ เพิ่งประกันตัวออกมาไม่นาน คาดเตรียมก่อเหตุซ้ำอีก

เมื่อช่วงเวลาประมาณ 02.50 น. ( 9 ม.ค.2567 ) ศูนย์ควบคุมกล้องวงจรปิดถนนมอเตอร์เวย์ ได้ประสานไปยัง ตำรวจทางหลวง พลูตาหลวง สัตหีบ ว่ากล้องวงจรปิดบริเวณ ถนนทางหลวงหมายเลข 7 (มอเตอร์เวย์ ) พัทยา-สัตหีบ ช่วงหลัก กม.135+100 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี สามารถจับภาพกลุ่มผู้ต้องสงสัย 3 คน ขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน มาจอดบริเวณทางคู่ขนานใกล้กับแผงควบคุมไฟฟ้าและสายเคเบิลควบคุมกล้อง ซีซีทีวี ( CCTV ) ซึ่งเป็นจุดที่เคยเกิดเหตุคนร้ายลอบตัดสายไฟไปขาย เสียหายนับล้านบาทเมื่อช่วงเดือนกันยายน ปีที่ผ่านมา หวั่นว่าจะถูกก่อเหตุซ้ำ ขอให้ตำรวจนำกำลังไปตรวจสอบอย่างเร่งด่วน หลังได้รับการประสาน พ.ต.ท. ณรงค์ฤทธิ์ งามแฉ่ง สว.ทล.1 กก.8 ได้นำกำลังตำรวจทางหลวงออกไปตรวจสอบ แต่ปรากฏว่าไม่พบกลุ่มผู้ต้องสงสัย

ต่อมาตำรวจทางหลวงสืบสวนสอบสวน พบว่า 1 ในกลุ่มผู้ต้องสงสัย ที่ภาพวงจรปิดจับภาพได้ คือ นายอนุลักษณ์ อบชู อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาเคยก่อเหตุลักลอบตัดสายไฟไฟ้าบนถนนมอเตอร์เวย์ เมื่อวันที่ 13 ก.ย.2566 ซึ่งครั้งนั้นทำให้รัฐเสียหายเกือบ 1 ล้านบาท และถูกตำรวจทางหลวงตามจับกุมส่งตัวดำเนินคดี แต่เข้าคุกได้ไม่นานก็ได้รับการประกันตัวออกมา และคาดว่าเตรียมจะมาก่อเหตุซ้ำอีก

จากนั้นตำรวจได้ตามไปควบคุมตัว นายอนุลักษณ์ ขณะกำลังขี่รถจักรยานยนต์ อยู่ริมถนนคู่ขนานมอเตอร์เวย์ ในพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง ก่อนพาตัวมาสอบสวน แต่เจ้าตัวกลับอ้างว่า มาขี่รถจักรยานยนต์เล่น แต่ตำรวจไม่เชื่อ เนื่องจากพฤติกรรมของนายอนุลักษณ์ มีข้อสงสัยหลายอย่าง จึงน่าเชื่อว่าเตรียมลงมือก่อเหตุลักลอบตัดสายไฟในถนนมอเตอร์เวย์ อีกทัังยังพูดจาวกไปวนมา และเมื่อคุมตัวไปตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด ตรวจพบเป็นสีม่วง

นอกจากนี้ มีการตรวจสอบประวัติ พบว่ามีหมายจับศาลจังหวัดพัทยาหลายหมาย ประกอบด้วย 1.หมายจับเป็นบุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดพัทยา ที่ 579/2566 ลงวันที่ 27 ธ.ค.2566 คดีหมายเลขดำที่ ย1006/2566 (ไม่ยอมไปฟังคำอ่านพิพากษา ) 2.คดีหมายเลขแดงที่ ย1009/2566 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนกฎหมาย และ3. เป็นบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ 613/2566 ลงวันที่ 13 ธ.ค.2566 คดีหมายเลขดำที่ อ1193/2566 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ร่วมกันลักทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณะประโยชน์ในเวลากลางคืน โดยร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไปโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม และ เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยใบอนุญาตสิ้นสุด

เบื้องต้น ตำรวจคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยใหญ่ ให้ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป