โควิด-19 ชลบุรี 17 เม.ย.2565 ติดเชื้อใหม่ลด แต่ผู้ป่วยปอดอักเสบรายใหม่พุ่ง 9 ราย ตายอีก 5 ศพ

สสจ.ชลบุรีรายงานว่าวันนี้มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ จำนวน 654 ราย (ผู้ติดเชื้อยืนยัน RT-PCR)

1. คนที่พักอาศัยในจังหวัดระยอง เข้ามารักษาในจังหวัดชลบุรี 39 ราย สะสม 6,001 ราย และจังหวัดอื่นๆรวมสะสม 1,708 ราย

2. อาชีพเสี่ยงพบปะผู้คนจำนวนมาก 37 ราย

3. บุคลากรทางการแพทย์ 12 ราย

4. ให้ประวัติเดินทางมาจากต่างจังหวัด 13 ราย ดังนี้
4.1 กทม. 5 ราย
4.2 จังหวัดอุบลราชธานี 2 ราย
4.3 จังหวัดกำแพงเพชร 1 ราย
4.4 จังหวัดฉะเชิงเทรา 1 ราย
4.5 จังหวัดนครนายก 1 ราย
4.6 จังหวัดนครราชสีมา 1 ราย
4.7 จังหวัดแพร่ 1 ราย
4.8 จังหวัดลพบุรี 1 ราย

5. สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน
5.1 ในครอบครัว 205 ราย
5.2 จากสถานที่ทำงาน 46 ราย
5.3 บุคคลใกล้ชิด 23 ราย
5.4 ร่วมวงสังสรรค์ 3 ราย

6. สัมผัสผู้ป่วยยืนยัน (อยู่ระหว่างสอบสวนโรค) 10 ราย

7. อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค 266 ราย

ณ วันที่ 17 เมษายน 2565 จังหวัดชลบุรี มีผู้ฉีดวัคซีนครบ 3 เข็ม 978,355 คน ซึ่งในเดือนนี้ มีผู้ที่ฉีดวัคซีนครบ 3 เข็มแล้ว ติดเชื้อ 6,745 คน (อัตราป่วย 689.42 ต่อแสนประชากร) เสียชีวิต 5 ราย (0.51 ต่อแสนประชากร) ใส่ท่อหายใจ 5 ราย (0.51 ต่อแสนประชากร) ปอดอักเสบ 17 ราย (1.74 ต่อแสนประชากร)

มีผู้ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม 1,914,901 คน ซึ่งในเดือนนี้ มีผู้ที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว ติดเชื้อ 5,016 คน (อัตราป่วย 261.95 ต่อแสนประชากร) เสียชีวิต 19 ราย (0.99 ต่อแสนประชากร), ใส่ท่อหายใจ 22 ราย (1.15 ต่อแสนประชากร), ปอดอักเสบ 23 ราย (1.20 ต่อแสนประชากร)

ส่วนผู้ที่ฉีดวัคซีนเพียง 1 เข็ม 144,298 คน และไม่ได้ฉีดวัคซีนอีก 269,874 คน รวม 414,172 คน ในเดือนนี้พบผู้ติดเชื้อที่ฉีดวัคซีนไม่ครบและยังไม่ได้ฉีดวัคซีน 7,399 คน (อัตราป่วย 1786.46 ต่อแสนประชากร), เสียชีวิต 44 ราย (10.62 ต่อแสนประชากร), ใส่ท่อหายใจ 28 ราย (6.76 ต่อแสนประชากร) , ปอดอักเสบ 46 ราย (11.11 ต่อแสนประชากร)

วันนี้พบผู้ป่วยใส่ท่อหายใจรายใหม่ 3 ราย(รายที่หนึ่งพบประวัติการรับวัคซีนสองเข็มเมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2564,รายที่สองพบประวัติการรับวัคซีนหนึ่งเข็มเมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2565,รายที่สามไม่พบประวัติการรับวัคซีน),ผู้ป่วยปอดอักเสบรายใหม่ 9 ราย(รายที่หนึ่งพบประวัติการรับวัคซีนสามเข็มเมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2565,รายที่สองพบประวัติการรับวัคซีนสามเข็มเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2564,รายที่สามพบประวัติการรับวัคซีนสองเข็มเมื่อวันที่ 6 ก.ย. 2564,รายที่สี่พบประวัติการรับวัคซีนสองเข็มเมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2564,รายที่ห้าพบประวัติการรับวัคซีนหนึ่งเข็มเมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2564,และอีกสี่รายไม่พบประวัติการรับวัคซีน),

ผู้เสียชีวิตรายใหม่ 5 ราย (รายที่หนึ่งอายุ 81 ปี, รายที่สองอายุ 73 ปี, รายที่สามอายุ 80 ปี, รายที่สี่อายุ 83 ปี, รายที่ห้าอายุ 85 ปี) สาเหตุที่นำไปสู่การเสียชีวิตคือ เป็นผู้สูงอายุ และมีโรคประจำตัวได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดผิดปกติ โรคหลอดเลือดสมอง (รายที่หนึ่งพบประวัติการรับวัคซีนสองเข็มเมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2564,รายที่สองพบประวัติการรับวัคซีนสองเข็มเมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2564,รายที่สามพบประวัติการรับวัคซีนหนึ่งเข็มเมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2564,และอีกสองรายไม่พบประวัติการรับวัคซีน)

ดังนั้นการฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์กล่าวคือต้องได้รับการกระตุ้นภูมิคุ้มกันด้วยการฉีดเข็มที่สาม จะช่วยลดความรุนแรงของโควิด-19 ผู้ที่อาศัยในจังหวัดชลบุรี ควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว หญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน หรือฉีดวัคซีนไม่ครบ มีโอกาสที่จะมีอาการรุนแรงมากกว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์ ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตจากโรคโควิด -19 และกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว หญิงตั้งครรภ์ จะมีอาการมากกว่ากลุ่มอื่น

ขณะนี้มีการระบาดเป็นวงกว้างทั้งจังหวัดชลบุรี ร้านอาหารจำหน่ายแอลกอฮอล์ ต้องคัดกรองลูกค้าด้วย ATK ทุกคน

ขณะนี้เริ่มมีการระบาดในสถานประกอบการจำนวนมาก พนักงานต้องได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์และเคร่งครัดในมาตรการองค์กร
1. เลิกงานไม่สังสรรค์
2. อาหารต้องไม่ทานใกล้ชิดด้วย
3. ป่วยต้องหยุด
4. จุดสัมผัสร่วม ต้องทำความสะอาดบ่อยๆ เช่น ลูกบิด ราวบันได สแกนนิ้วมือ เซ็นชื่อแล้วต้องล้างมือทันที
5. เคร่งครัดในสุขอนามัยส่วนบุคคล ใส่แมสก์ตลอดเวลา ล้างมือบ่อยๆ อยู่ห่างๆกัน

สำหรับผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ต้องมีการกักตัวอย่างเข้มงวด ไม่ออกไปแพร่เชื้อ

การควบคุมป้องกันการระบาดของโควิด-19 ในจังหวัดชลบุรี อยู่บนพื้นฐานของสมดุลระหว่าง การควบคุมโรค เศรษฐกิจ สังคม

ปัจจัยความเร็วในการแพร่ระบาดของโควิด-19 ขึ้นกับการเคลื่อนที่นอกบ้านของประชาชน ความใกล้ชิดกัน รวมทั้งระยะเวลาในการใกล้ชิดกัน นอกเหนือจากการไม่เคร่งครัดในสุขอนามัยส่วนบุคคล หากไม่ล้างมือก่อนจับหน้า เชื้อเข้าทางจมูก ปากตา ทำให้มีการติดเชื้อและแพร่ระบาดได้

ในสภาวะการณ์ที่โควิด-19 มีการระบาดในวงกว้าง จนอาจกลายเป็นโรคประจำถิ่น เชื้อไม่ได้หมดสิ้นไป ทำให้มีโอกาสในการติดเชื้อได้ แต่ต้องไม่ให้เกิดการระบาดจนระบบสาธารณสุขรองรับไม่ได้ และต้องไม่เสียชีวิต ดังนั้นจึงขอความร่วมมือทุกภาคส่วนปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคของจังหวัดชลบุรี
ค้นให้ตรงเป้า เฝ้าให้ตรงจุด ร่วมใจฉีดวัคซีน สู่โรคประจำถิ่น

1 ค้นให้ตรงเป้า ผู้ที่มีอาการไข้หวัด ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้ที่ได้วัคซีนไม่ครบ มีโอกาสเสี่ยงต่อความรุนแรงมากกว่ากลุ่มอื่นๆ ต้องได้รับการตรวจคัดกรองด้วย ATK

2 เฝ้าให้ตรงจุด สถานที่ที่มีกลุ่มเปาะบาง เสี่ยงต่อความรุนแรงหรือเสี่ยงต่อการควบคุมการระบาดได้ยาก หากเกิดการระบาดขึ้น ต้องได้รับการคัดกรองด้วยATK สม่ำเสมอ เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน สถานพักพิงคนพิการ ร้านอาหารจำหน่ายแอลกอฮอล์ ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่เป็นผู้สูงอายุ หรือมีโรคประจำตัว

3 ร่วมใจฉีดวัคซีน วัคซีนลดความรุนแรงของโควิด-19 ได้ 100% แต่ผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้ว ยังคงสามารถติดเชื้อโควิด-19 ได้ ยังคงต้องมีสุขอนามัยส่วนบุคคล ขอความร่วมมือทุกท่านในการฉีดวัคซีน เพื่อลดความเร็วในการระบาด และลดความรุนแรงของโควิด-19 โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว ขณะนี้ยังคงมีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุและมีโรคประจำตัว และเป็นผู้ที่ไม่ฉีดวัคซีน

4 สู่โรคประจำถิ่น เชื้อโควิด-19 ได้ลดความรุนแรงลง และเข้าเป็นโรคประจำถิ่น ในที่สุด ทุกคนป้องกันตัวเองตามมาตรการ univeral protection ยังคงเคร่งครัดในสุขอนามัยส่วนบุคคล โดยเฉพาะช่วงที่กำลังมีการระบาดในวงกว้าง เพื่อชลอการระบาดไม่ให้รวดเร็วเกินไป ให้ดำเนินการตามมาตรการ คัดกรองด้วย ATK ก่อน และสามารถแยกกักที่บ้านได้หากไม่มีอาการและไม่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุหรือมีโรคประจำตัวที่เสี่ยงต่อความรุนแรงมากกว่ากลุ่มอื่นๆ

การควบคุมป้องกันการระบาดของโควิด-19 เป็นหน้าที่ของทุกคน

#ค้นให้ตรงเป้า เฝ้าให้ตรงจุด ร่วมใจฉีดวัคซีน เข้าสู่โรคประจำถิ่น
#รู้หน้า_ไม่รู้ใจ_ไม่รู้ใครติดโควิดบ้าง