วันเสาร์, มิถุนายน 6, 2026

“นิรันดร์” ควง“สินธ์ไชย” ลงชายหาดพัทยารับฟังปัญหาผู้ประกอบการร่มเตียง ลั่นหากได้รับโอกาสพร้อมปรับปรุงครั้งใหญ่

แม้ยังไม่ถึงวันรับสมัครรับเลือกตั้ง นายกเพืองพัทยาและสมาชิกสภาเมืองพัทยา อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 31 มีนาคมนี้ แต่ว่าที่ผู้สมัครจากกลุ่มพัทยาร่วมใจ ก็เดินหน้าพบประชาชนต่อเนื่อง โดยบรรยากาศของการหาเสียงของกลุ่มผู้สมัครนายกฯ และสมาชิกสภาเมืองพัทยา เมื่อวันที่ 26 มี.ค. ผู้สมัครจาก “กลุ่มพัทยาร่วมใจ” นำโดย “นายนิรันดร์ วัฒนศาสตร์สาธร” อดีตนายกเมืองพัทยา พร้อมด้วย “นายสินธ์ไชย วัฒนศาสตร์สาธร” ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา และคณะผู้สมัครสมาชิกสภาเขต 2 ลงพื้นที่บริเวณชายหาดพัทยา เมืองพัทยา จ.ชลบุรี

ทั้งนี้เป็นการพบผู้ประกอบการโดยตรง เพื่อรับทราบปัญหาที่เกิดขึ้นจากการประกอบ การที่ผ่านมา ด้วยทางกลุ่มฯ มองเห็นว่าชายหาดเมืองพัทยาที่ทอดยาวตลอดแนวกว่า 2.8 กม. ที่ทางกรมเจ้าท่าเป็นเจ้าภาพในการเสริมทราย ทำให้ชายหาดกลับมามีความสวยงามอีกครั้งและถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่ต้องมีการบูรณะปรับปรุงให้เกิดความทันสมัย ร่มรื่น สวยงาม และพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวอย่างสมบูรณ์แบบ จึงเข้าพบผู้ประกอบการร่มเตียงเพื่อรับทราบปัญหาและข้อเสนอแนะที่จะเข้ามาช่วยในการแก้ไขและพัฒนาในรูปแบบการประกอบการสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น

ผู้ประกอบการร่มเตียงพัทยารายหนึ่งระบุว่าทุกวันนี้สภาพเศรษฐกิจตกต่ำอย่างมาก เนื่องจากไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาพักผ่อน จะมีก็แต่ช่วงเย็นถึงค่ำ ซึ่งอากาศไม่ร้อนมากนัก แต่ผู้ประกอบการต้องเก็บเตียงกลับ เนื่องจากเมืองพัทยาอนุญาตไว้เพียงเวลา 19.00 น.จึงอยากให้ช่วยดูแล หากเป็นไปได้อยากให้พิจารณาการขยายเวลาทำกิน สิ่งต่อมาคืออยากให้เมืองพัทยาสร้างความร่มรื่นให้ชายหาดกลับมาเหมือนเดิม เพราะมองว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้นักท่องเที่ยวมาพักผ่อนมากขึ้น โดยพิจารณาแก้ไขโครงการปรับภูมิทัศน์ที่หยุด ชะงักไป ให้มีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อพื้นที่สูงสุด สุดท้ายคืออยากให้มีการจัดสร้างห้องน้ำสาธารณะ และที่จอดรถเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวด้วย

ด้านนายสินธ์ไชย วัฒนศาสตร์สาธร ว่าที่ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา กลุ่ม “พัทยาร่วมใจ” กล่าวว่าประเด็นสำคัญที่ได้พูดคุยกับผู้ประกอบการคือเรื่องของเศรษฐกิจและการทำกินที่ได้รับผลกระทบอย่างมากเมื่อไม่มีนักท่องเที่ยว กรณีนี้หากกลุ่มมีโอกาสคงจะต้องเร่งเดินนโยบายและประสานรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาโดยด่วนเหมือนที่เคยดำเนินการมาในครั้งก่อน จนได้รับการผ่อนปรน อีกเรื่องคือการปรับมาตรฐานการให้บริการและระยะเวลาเปิดรับนักท่องเที่ยวของผู้ประกอบการที่อาจมีการปรับเวลาให้เกิดความเหมาะสม รวมถึงการปรับภูมิทัศน์การสร้างความร่มรื่นสวยงาม เรื่อของห้องน้ำสาธารณะ และที่จอดรถ ซึ่งเป็นสิ่งที่จะนำไปพิจารณาให้เหมาะสมหากมีโอกาสได้เข้าไปทำงาน โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดคงเป็นเรื่อง “ปากท้องของประชาชน”