พัทยาเงียบเหงาไร้เงาผู้คนแม้ไม่ประกาศเคอร์ฟิว

ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ ศบค.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ ยืนยันว่า จะไม่มีการประกาศเคอร์ฟิว และล็อกดาวน์ ใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากเกรงว่า ประชาชนระดับรากหญ้าจะได้รับความเดือดร้อน โดยปรับสีของพื้นที่ทั่วประเทศ ได้แก่ สีแดง หรือพื้นที่ควบคุมสูงสุด จำนวน 18 จังหวัด และส้ม หรือ พื้นที่ควบคุมขั้นสูง จำนวน 59 จังหวัด โดยจะต้องทำปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดตามพื้นที่สีที่กำหนดไว้

แต่เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งเป็น 1 ใน 18 ของพื้นที่สีแดง คือพื้นที่ควบคุมสูงสุดนั้น คณะควบคุมโรคจังหวัดชลบุรี จึงสั่งให้ปิด สถานบันเทิงอย่างผับ บาร์ คาราโอเกะ โรงภาพยนตร์ โต๊ะสนุกเกอร์ สวนสนุก สถานการศึกษา ตลาดนัดพระเครื่อง รวมไปถึงร้านนวดต่างๆ ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้าปิดในเวลา 21.00 น.ร้านอาหารเปิดให้บริโภคได้ไม่เกิน 21.00 น.จากนั้นให้จำหน่ายได้ในรูปแบบกลับไปทานที่บ้านถึงเวลา 23.00 น.ร้านสะดวกซื้อสามารถเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 04.00 น.ถึง 23.00 น.ห้ามจัดกิจกรรมที่มีการรวมตัวกันมากกว่า 50 คน งดใช้พื้นที่ชายทะเล ชายหาด อ่างเก็บน้ำ รวมกลุ่มสังสรรค์ รับประทานเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

จากมาตรการดังกล่าว ทำให้ถนนเส้นหลักและย่อยในพื้นที่เมืองพัทยา ที่เคยมีผู้คนสัญจรไปมาคึกคัก เช่น ถนนสุขุมวิท ถนนพัทยาสายสอง ถนนพัทยาสายสาม ถนนเลียบชายหาด กลับโล่งแทบไร้ผู้คน มีรถสัญจรไปมาประปาย รวมไปถึงบริเวณชายหาด ที่มักจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาพักผ่อน ตั้งวงดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รับประทานอาหาร ปรากฏว่ามีเพียงนักท่องเที่ยวนั่งเล่นบนชายหาดบ้างเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหารต่างพากันปิดให้บริการตามคำสั่ง ทำให้เมืองพัทยาดูเงียบเหงาไปอย่างผิดหูผิดตา ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีการประกาศเคอร์ฟิว คือห้ามออกจากเคหสถานในเวลาที่กำหนดก็ตาม.