นายก THA ชี้กระตุ้นท่องเที่ยวให้อยู่หมัด ต้องไม่ใช่แค่ “วัคซีน”

นายพิสูจน์ แซ่คู นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก เปิดเผยว่าจากกรณีที่มีข่าวว่าภาครัฐจะสนับสนุนวัคซีนที่จะเข้าไทยในลอตที่ 2 จำนวนกว่า 5 แสนโดสมาให้ในพื้นที่ 5 จังหวัดเศรษฐกิจท่องเที่ยว อย่าง ภูเก็ต, สุราษฎร์ธานี, ชลบุรี, เชียงใหม่ และกระบี่ เพื่อหวังให้บุคลากรในภาคธุรกิจการท่องเที่ยวได้รับวัคซีนกันอย่างทั่วถึง ซึ่งจะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่จะเดินทางเข้ามาพักผ่อนกันมากขึ้นหลังสถานการณ์ทั่วโลกเริ่มผ่อนคลายและมีแนวโน้มว่าจะเปิดประเทศกันในเร็ววันนี้นั้น

นายพิสูจน์ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวคงบอกได้เพียงว่าแม้ว่ารัฐจะสนับสนุนวัคซีนให้กับกลุ่มจังหวัดด้านการท่องเที่ยว แต่ปริมาณวัคซีนเองต้องเพียงพอและครอบคลุมคนทำงานมากกว่า 60% ถึงจะเป็นการสร้างความมั่นใจในเรื่องของความปลอดภัย หากต้องการให้การท่องเที่ยวเป็นตัวชูโรงในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

นายกTHAภาคตะวันออก ระบุอีกว่าปัญหาอีกประการคือเรื่องของการกักตัว 14 วัน ซึ่งรัฐยังคงมาตรการเข้ม แม้ว่าหากจะมีการเปิดประเทศและนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาจะมี “วัคซีนพาสปอร์ต” หรือการฉีดวัคซีนครบแล้ว 2 โดสก็ตาม เรื่องนี้ทางภาคธุรกิจการท่องเที่ยวพยายามเสนอให้ภาครัฐพิจารณาและทบทวนมาตรการ เพราะหากยังมีการกักกันบริเวณ 14 วันเช่นเดิม เส้นทางการท่องเที่ยวจะเบี่ยงเบนจากประเทศไทยไปยังประเทศคู่แข่ง ซึ่งขณะนี้มีการเปิดรับนักท่องเที่ยวแบบไม่กักตัวแล้วในหลายประเทศอย่าง มัลดีฟ ตุรกี หรือ อียิปต์ และกำลังจะมีอีกหลายประเทศที่กำลังดำเนินการตาม

“ทั้งนี้หากประเทศไทยหวังจะให้การท่องเที่ยวเป็นสิ่งสำคัญในการกระตุ้นภาคเศรษฐกิจ ก็ควรเร่งดำเนินการในเรื่องการจัดหาวัคซีนมาฉีดให้พอเพียง และผ่อนปรนนโยบายให้เข้ากับสถานการณ์ด้วย ส่วนตัวแล้วมองว่าภาวะการท่องเที่ยวหากยังคงเป็นไปในลักษณะนี้ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวหรือ High Season ของพัทยา ปริมาณนักท่องเที่ยวน่าจะกระเตื้องขึ้นอยู่ที่ประมาณ 30-40 % เป็นอย่างมาก และภาพรวมจะกลับมาปกติได้คงต้องใช้เวลาอีกกว่า 4-5 ปี” นายกTHAภาคตะวันออก กล่าว