+covid-19ชุมชนท่องเที่ยว

บาร์เบียร์พัทยา วอนรัฐบาลขยายเวลาเปิดให้บริการถึงเที่ยงคืน หลังแบกรับภาระค่าใช้จ่ายหลังแอ่น

ผู้สื่อข่าวสำรวจบรรยากาศการท่องเที่ยวในยามค่ำคืนในเมืองพัทยา และหาดจอมเทียน จ.ชลบุรี โดยพบว่าหลายร้านปิดป้ายเลิกกิจการ เซ้งขายต่อสถานบันเทิง ผับและบาร์เบียร์ เป็นจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าผู้ประกอบกิจการเหล่านี้ไม่สามารถแบกรับภาระค่าใช้จ่ายไว้ได้ ด้วยที่ผ่านมาเมืองพัทยาพึ่งพารายได้เกือบ 100% โดยมาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 70 % ชาวไทย 30 % เฉลี่ยปีละนับหมื่นล้านบาท แต่เมื่อมีมาตรการปิดประเทศ และข้อจำกัดในการเปิดให้บริการทำให้เมืองพัทยาได้รับผลกระทบอย่างหนัก

ลิซา แฮมิลตัน เจ้าของร้าน Lisa Guesthouse & restaurant ตั้งอยู่บริเวณซอยวัดบุญกัญจนาราม ชายหาดจอมเทียน กล่าวว่าเคยรวมกลุ่มผู้ประกอบการยื่นเรื่องขอให้เปิดกิจการสถานบันเทิง หลังควบคุมการระบาดของเชื้อ COVID-19 ได้ดีขึ้น ซึ่งก็มีการผ่อนปรนแต่มีข้อจำกัดให้เปิดได้ถึงเวลา 23.00 น.เท่านั้น ผิดกับร้านสะดวกซื้อที่ปัจจุบันอนุญาตให้เปิดได้ 24 ชม. เรื่องนี้จึงไม่สามารถบรรเทาความเดือดร้อนหรือช่วยเหลือกลุ่มธุรกิจนี้มากนัก เนื่องจากลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติที่จะเข้ามาใช้บริการนั้น ส่วนใหญ่จะเข้ามาในช่วงดึก ทำให้บาร์เบียร์แต่ละร้านรับลูกค้าได้วันละ 1-2 ชั่วโมงก็ต้องปิดให้บริการ รายรับจึงสวนทางกับรายจ่ายที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับ ทั้งค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแรงงาน พร้อมระบุว่าโรค COVID-19 ไม่ได้ มาแพร่ช่วงหลังเที่ยงคืน แต่ทำไมจึงให้เปิดบริการได้ถึงเวลา 23.00 น.เท่านั้น ตอนนี้ผู้ประกอบการอยากให้รัฐฯมองถึงข้อเท็จจริง และมีน้ำใจในการช่วยเหลือผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวบ้าง ด้วยการขยายเวลาเปิดออกไปอีกสัก 1 ชั่วโมงก็ยังดีเพื่อช่วยธุรกิจนี้ให้อยู่รอดได้ เพราะปัจจุบันแบกรับสภาพและภาระไม่ไหวโดยกรณีนี้จะส่งผลไปถึงหลายภาคส่วนด้วยกัน ขณะที่เมืองพัทยาเองก็สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ดีขึ้นแล้ว

ทั้งนี้ เจ้าของร้าน Lisa ให้ข้อมูลอีกว่าขณะนี้ ผู้ประกอบการหลายรายในพื้นที่ชายหาดจอมเทียน ตัดสินใจเซ้งหรือขายกิจการต่อ แต่ในสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ทำให้ยังไม่มีผู้สนใจมาลงทุน ร้านส่วนใหญ่จึงทำได้เพียงเปิดแสงไฟ เสียงเพลง และพนักงานต้อนรับนั่งรอลูกค้าเท่านั้น แต่พอมีคนเข้ามาใช้บริการก็อยู่ได้เพียงไม่นานก็ต้องปิดร้าน ทำให้ไม่มีรายรับมาจุนเจือค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน สุดท้ายก็ต้องปิดกิจการหนีไปแล้วกว่า 50% ของผู้ประกอบการกว่า 300 กว่ารายในย่านชายหาดจอมเทียน จึงอยากให้ผู้มีอำนาจลงมาดูแลกันบ้างไม่ใช่อุ้มแต่นายทุน

ขณะที่ผู้ประกอบการต้องพึ่งพานักท่องเที่ยวเป็นหลัก ภาครัฐจึงควรฟังสภาพความเป็นอยู่ของผู้ประกอบการบ้าง ที่สำคัญปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากผู้ประกอบการ แต่มาจากปัญหาบ่อนพนันและแรงงานต่างด้าว แต่ความเดือดร้อนกลับมาตกกับผู้ประกอบการที่รัฐยังไม่ให้ความใส่ใจดูแลเท่าที่ควร.