อ.บางละมุงย้ำมาตรการคุมเข้ม “ปืน” หลังเกิดคดีรุนแรงในหลายพื้นที่ พร้อมชวนกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านร่วมแสดงความเห็นแก้ไข พ.ร.บ.เทศบาลฯ
ที่ศาลาประชาคมอำเภอบางละมุง ชั้น 2 (4 ก.ย.2569) นายพิเชฐ ธรรมโหร ปลัดอาวุโสอำเภอบางละมุง เป็นประธานการประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ ประจำเดือนกันยายน 2569 โดยก่อนเข้าสู่วาระสำคัญ ได้ประชาสัมพันธ์ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้เกี่ยวข้องร่วมแสดงความคิดเห็นต่อหลักการแก้ไขพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 กรณีการพ้นจากตำแหน่งของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองท้องที่ เมื่อพื้นที่ได้รับการยกฐานะหรือเปลี่ยนแปลงเป็นเทศบาลเมืองและเทศบาลนคร
สาระสำคัญของแนวทางแก้ไขครั้งนี้ คือการเสนอ ยกเลิกมาตรา 4 มาตรา 12 วรรคสอง และมาตรา 48 เตวีสติ ซึ่งบทบัญญัติเดิมมีผลเกี่ยวข้องกับการสิ้นสุดตำแหน่งหรืออำนาจหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล และสารวัตรกำนัน เมื่อพื้นที่ถูกยกฐานะหรือเปลี่ยนแปลงเขตเป็นเทศบาลเมืองหรือเทศบาลนคร รวมถึงบทบัญญัติที่ให้นายกเทศมนตรีมีอำนาจหน้าที่บางประการเช่นเดียวกับกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ทั้งนี้ หากหลักการแก้ไขดังกล่าวเดินหน้าตามที่เสนอ จะเป็นการเปิดทางให้ระบบกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และฝ่ายปกครองท้องที่ยังคงดำรงอยู่ในพื้นที่เทศบาลเมืองและเทศบาลนคร แทนการสิ้นสุดตำแหน่งหรืออำนาจหน้าที่ตามเงื่อนไขของกฎหมายเดิม โดยประเด็นนี้อยู่ระหว่างกระบวนการรับฟังความคิดเห็น ไม่ใช่กฎหมายที่มีผลใช้บังคับแล้ว
นายพิเชฐ กล่าวในที่ประชุมถึงความสำคัญของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ โดยมองว่าบุคลากรเหล่านี้ยังมีบทบาทใกล้ชิดประชาชน เป็นกลไกสำคัญในการรับรู้ปัญหา ดูแลความสงบเรียบร้อย และประสานการทำงานระหว่างประชาชนกับภาครัฐ จึงต้องการให้ผู้เข้าประชุมซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานโดยตรงเข้าไปร่วมเสนอความคิดเห็น เพื่อสะท้อนมุมมองจากพื้นที่ประกอบการพิจารณาแก้ไขกฎหมาย โดยทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเปิดรับฟังความคิดเห็นในประเด็นดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม ถึง 24 กันยายน 2569 ผ่านระบบกลางทางกฎหมาย เพื่อรวบรวมความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องและประชาชนประกอบการทบทวนและแก้ไขกฎหมายต่อไป
ในขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังได้เน้นย้ำมาตรการเร่งด่วนเกี่ยวกับอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน หลังรัฐบาลมีข้อสั่งการให้กระทรวงมหาดไทยยกระดับการควบคุมอาวุธปืน โดยนายพิเชฐได้ย้ำกับกำนันและผู้ใหญ่บ้านให้ช่วยกันเฝ้าระวังในพื้นที่ เนื่องจากคดีรุนแรงขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นทั้งในพื้นที่อำเภอบางละมุงและหลายจังหวัดที่ผ่านมา พบว่าอาวุธปืนเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการก่อเหตุ จึงต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันและตรวจสอบอย่างจริงจัง
มาตรการเร่งด่วนของรัฐบาลประกอบด้วย การไม่อนุมัติเปิดโครงการปืนสวัสดิการใหม่และระงับการออกใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน แบบ ป.3 เป็นการชั่วคราวจนกว่าคณะรัฐมนตรีจะมีมติเป็นอย่างอื่น พร้อมให้นายทะเบียนตรวจสอบใบ ป.3 ที่ออกไปแล้วแต่ยังไม่มีการซื้อขาย และรายงานกระทรวงมหาดไทยภายใน 30 วัน รวมถึงจัดระเบียบผู้ที่ซื้อปืนแล้วให้ดำเนินการเรื่องใบอนุญาตมีและใช้อาวุธปืน แบบ ป.4 ให้ถูกต้อง นอกจากนี้ ยังมีการยกระดับตรวจสอบผู้ค้าอาวุธปืน เครื่องกระสุน สนามยิงปืน ตลอดจนการปราบปรามอาวุธปืนผิดกฎหมายทั้งช่องทางปกติและออนไลน์ โดยมีเป้าหมายควบคุมตั้งแต่การอนุญาต การซื้อขาย การครอบครอง ไปจนถึงการนำอาวุธปืนไปใช้ก่อเหตุ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชน