ตำรวจพัทยาบุกตรวจตลาดรัตนากร เจอ 4 แรงงานกัมพูชา อยู่เกินกำหนด-เข้าเมืองผิดกฎหมาย
ที่บริเวณตลาดรัตนากร ใกล้ถนนเทพประสิทธิ์ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 7 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย พ.ต.อ.วสุรัชย์ ชัยธีราพัฒน์ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.อ.วราวุฒิ นิตยวัน ผกก.สภ.ห้วยใหญ่ พ.ต.ท.อรุษ สภานนท์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองพัทยา และ พ.ต.ต.สมชนก ชัยประเสริฐสกุล สว.กก.2 บก.ทท.1 สนธิกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 20 นาย บุกปิดล้อมตรวจสอบแรงงานต่างด้าวภายในตลาด ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่เร่งกวาดล้างแรงงานหลบหนีเข้าเมืองและทำงานโดยผิดกฎหมายในพื้นที่จังหวัดชลบุรี
ปฏิบัติการครั้งนี้เจ้าหน้าที่แบ่งกำลังปิดล้อมทุกทิศ ตรวจเข้มจุดต้องสงสัย โดยเลือกช่วงบ่าย ซึ่งเป็นช่วงที่แรงงานจำนวนมากออกมาช่วยนายจ้าง จำหน่ายผลไม้และสินค้าในตลาด จากการตรวจสอบ เบื้องต้นพบแรงงานต่างด้าวหลายสัญชาติกว่า 20 คน เจ้าหน้าที่จึงนำตัวมาคัดแยกอย่างละเอียด ซึ่งระหว่างปฏิบัติการ มีแรงงานบางรายพยายามหนี ปีนกำแพงสูงกว่า 5 เมตร หวังเอาตัวรอด ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตามสกัดไว้ได้
ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับหนึ่งในแรงงานชาวกัมพูชา หญิงชื่อ “มล” อายุ 34 ปี กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พร้อมร่ำไห้ ว่าเข้ามาทำงานในประเทศไทยตั้งแต่อายุ 18 ปี รวมเวลากว่า 10 ปี ที่ใช้ชีวิตอยู่ในไทย ก่อนเพิ่งย้ายมาช่วยนายจ้างขายผลไม้ในตลาดรัตนากร และระบุว่ารักประเทศไทย อยู่ที่นี่ทำงานส่งเงินกลับบ้าน ดูแลครอบครัว ยอมรับรู้ผิดที่เอกสารยังไม่เรียบร้อย แต่ไม่มีทางเลือก อยากทำงานสุจริต หาเลี้ยงคนที่บ้าน
แรงงานกัมพูชารายนี้กล่าวถึงความรู้สึกต่อสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างไทย-กัมพูชาในมุมมองของแรงงานต่างด้าวว่า “ไม่อยากให้มีเรื่องกัน หนูรักทั้งสองประเทศ กัมพูชาคือบ้านเกิด แต่ประเทศไทยคือที่ทำมาหากิน ทุกวันนี้อยู่ก็เครียดกลัว ถูกจับก็กลัว แต่ก็ต้องสู้เพราะครอบครัวรอเงินจากหนู” ก่อนที่เธอจะปิดท้ายด้วยเสียงสะอื้น
ด้าน พ.ต.อ.วสุรัชย์ ชัยธีราพัฒน์ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เปิดเผยว่า การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มุ่งแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย โดยตลาดรัตนากรถูกกำหนดเป็นพื้นที่เป้าหมายสำคัญ เนื่องจากมีล็อกจำหน่ายสินค้ากว่า 1,500 ล็อก ก่อนเข้าตรวจ ชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่หาข่าวอย่างละเอียด เลือกเข้าตรวจเฉพาะจุดที่เชื่อว่ามีแรงงานผิดกฎหมาย
จากการตรวจสอบสามารถเรียกตรวจแรงงานกว่า 20 ราย พบว่าส่วนใหญ่มีเอกสารถูกต้องตามกฎหมาย แต่พบแรงงานกัมพูชา 4 คน ที่มีปัญหาเรื่องเอกสาร 2 ราย อยู่เกินกำหนด (โอเวอร์สเตย์) และอีก 2 ราย เข้ามาโดยผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมถึงเอาผิดกับนายจ้าง
เจ้าหน้าที่ตำรวจย้ำว่า หลังจากนี้จะมีการสุ่มตรวจเข้มอย่างต่อเนื่องในทุกพื้นที่ เพื่อให้แรงงานต่างด้าวอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายไทย และสร้างความมั่นคงและความเรียบร้อยในสังคม.

