วันศุกร์, มิถุนายน 5, 2026

พบศพชาวสหรัฐถูกฯ ถุงพลาสิกคลุมหัว ใส่กุญแจมือไพล่หลัง ในห้องน้ำโรงแรม คาดฆ่าตัวตายพิสดาร

เมื่อเวลา 14.10 น. วันที่ 2 ธันวาคม 2568 ร.ต.อ.สุริยะ อยู่พุ่ม รอง สว.(สอบสวน) สภ.นาจอมเทียน รับแจ้งเหตุพบศพชายชาวต่างชาติเสียชีวิตในสภาพถูกคลุมหัวและใส่กุญแจมือไพล่หลัง ภายในห้องน้ำของโรงแรมแห่งหนึ่งย่านซอย 2 นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาและรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.ท.กวิณวัชร์ อารยะสุริวงศ์ รอง ผกก.ตม.จ.ชลบุรี พ.ต.ท.ปราบดา สุขสุนทรีย์ สารวัตรใหญ่ตำรวจท่องเที่ยวพัทยา รวมถึงกำลังชุดสืบสวน ภ.จ.ชลบุรี สืบสวนภาค 2 ตำรวจท่องเที่ยว และตรวจคนเข้าเมือง

จุดเกิดเหตุเป็นโรงแรมสูง 8 ชั้น ห้องที่พบศพอยู่ชั้น 6 ภายในห้องน้ำพบศพชายต่างชาติ ทราบชื่อภายหลังคือ นายวอลช์ จอห์น ไมเคิล อายุ 69 ปี สัญชาติอเมริกัน นอนเสียชีวิตในสภาพขดตัว ศีรษะชนติดขอบประตู สวมเพียงกางเกงขาสั้นสีเขียว มีถุงพลาสติกใสลายแดงคลุมศีรษะ และมีเทปกาวสีดำพันรอบลำคอ ขณะเดียวกันพบว่ามือทั้งสองถูกใส่กุญแจมือไพล่หลัง คาดว่าเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 24 ชั่วโมง

จากการตรวจค้นภายในห้อง ไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือการรื้อค้น พบเพียงพาสปอร์ต กุญแจรถยนต์ และกระเป๋าคาดเอว นอกจากนี้ ภายในช่องเก็บของยังพบซองกุญแจมือหนังสีดำและถุงพลาสติกหลายใบ ซึ่งถูกเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะลงไปตรวจสอบรถกระบะนิสสัน นาวาร่า สีน้ำเงิน ของผู้ตายที่จอดในลานจอดรถ แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติ

สอบถามแม่บ้านของโรงแรม ที่เป็นผู้พบศพ ให้การว่า ระหว่างเข้าปฏิบัติงานทำความสะอาด ได้เคาะประตูเรียกหลายครั้งแต่ไม่มีเสียงตอบรับ จึงประสานรีเซฟชั่นคีย์การ์ดมาเปิดห้อง และพบนายวอลช์เสียชีวิตในสภาพดังกล่าว จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า ผู้ตายเดินทางมาที่โรงแรม เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 1 ธันวาคม โดยขับรถกระบะนิสสัน นาวาร่า ทะเบียน ผฉ 1382 ชลบุรี เข้ามาเปิดห้องพัก 1 คืน กระทั่งถึงเวลาเช็กเอาต์ แม่บ้านเข้าตรวจห้อง พบว่าเจ้าตัวเสียชีวิตแล้ว

ขณะที่ฐานข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองระบุว่า ผู้ตายแจ้งที่พักไว้ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในซอย 4 พระตำหนัก พัทยาใต้ เจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบว่าภายในห้องไม่มีผู้พักอาศัยและไม่พบสิ่งผิดปกติ

เบื้องต้น แพทย์เวรโรงพยาบาลสัตหีบ และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบสภาพศพและพื้นที่โดยละเอียด ขณะเดียวกัน ชุดสืบสวนกำลังเร่งตรวจภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อตรวจสอบความเชื่อมโยงว่าในช่วงก่อนเสียชีวิต ผู้ตายมีบุคคลใดเข้าออกหรือเกี่ยวข้องหรือไม่

อย่างไรก็ตาม จากพฤติการณ์และหลักฐานเบื้องต้น ตำรวจสันนิษฐานว่าอาจเป็นการฆ่าตัวตายรูปแบบพิสดาร มากกว่าการถูกฆาตกรรม เนื่องจากพบอุปกรณ์หลายอย่างที่คาดว่าผู้ตายเตรียมไว้เองโดยเฉพาะ ส่วนสาเหตุที่แท้จริงอยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติม.