ตำรวจ สภ.เกาะจันทร์ เปิดปฏิบัติการกวาดล้างหมายจับค้างเก่า ตามตะครุบตัวเจ้าของบัญชีม้า “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” หนีหมายจับ 5 คดี กบดานบ้านพี่สาว
ชลบุรี (15 สิงหาคม 2568) พ.ต.ท.ภาคสุวัฒน์ ถุงน้อย รอง ผกก.สส.สภ.เกาะจันทร์ เปิดเผยถึงการพิชิตคดีตามหมายจับครั้งนี้ว่า พ.ต.อ.ทัศน์พงษ์ คงทัพ ผกก.สภ.เกาะจันทร์ จ.ชลบุรี ได้สั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชา ออกกวาดล้างจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับค้างเก่า ตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 และให้มีผลเป็นรูปธรรม ตนจึงนำกำลังชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข่าวจนทราบว่า นายไพโรจน์ เตศิริ อายุ 47 ปี เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ จ.115/2566 ลงวันที่ 24 มีนาคม 2566 ข้อหาร่วมกันโดยทุจริตหรือหลอกลวงนำเข้าข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนและร่วมกันฉ้อโกง และหนีมากบดานที่บ้านพี่สาว ในหมู่ 2 ต.บ้านช้าง อ.เกาะจันทร์ จ.ชลบุรี
พ.ต.ท.ภาคสุวัฒน์ เปิดเผยอีกว่า เนื่องจากผู้ต้องหารายนี้มีความระมัดระวังตัวเพราะกลัวจะถูกจับ เลยเข้าถึงตัวได้ยาก เนื่องจากมีพี่สาวคอยดูแล และไม่ให้คนแปลกหน้าเข้าไปในบ้าน เจ้าหน้าที่จึงต้องวางแผนหาวิธีแฝงตัวเข้าไป โดยอาศัยนโยบายปราบปรามยาเสพติดของกระทรวงมหาดไทยเป็นตัวเชื่อม
“พอทราบข่าวว่าทางอำเภอพนัสนิคมจะออกปฏิบัติการ X-ray พื้นที่หาเป้าหมายผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด บริเวณพื้นที่รอยต่อระหว่างอำเภอ ซึ่งอยู่ใกล้เคียงบ้านที่ผู้ต้องหากบดานอยู่ จึงได้ประสานไปยัง น.ส.อรุณรัตน์ พุ่มเจริญ นายอำเภอพนัสนิคม พร้อมกับเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับคดีนี้ให้ฟัง ก่อนขออนุญาตปลอมตัวเป็นปลัดอำเภอ แฝงตัวไปกับทางคณะฝ่ายปกครองเขาด้วย” พ.ต.ท.ภาคสุวัฒน์ กล่าว พร้อมกับเล่าไฮไลท์ในช่วงสำคัญให้ฟังว่า เมื่อคณะฝ่ายปกครองที่มีตนและลูกทีมแฝงตัวอยู่ เดินทางไปถึงบ้านที่นายไพโรจน์ กบดานอยู่ และพบเจ้าตัวนั่งอยู่ภายในบ้าน จึงแสดงตัวเป็นตำรวจ และแสดงหมายจับเข้าจับกุมทันทีโดยที่ไม่ทันให้ตั้งตัว ทำเอานายไพโรจน์ ถึงกับหน้าถอดสี มีอาการตื่นตกใจ และไม่คิดว่าหนีคดีมาตั้ง 3 ปีจะมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ง่ายดายขนาดนี้
พ.ต.ท.ภาคสุวัฒน์ นายตำรวจยอดนักสืบแห่ง สภ.เกาะจันทร์ ยังเปิดเผยอีกว่า ผู้ต้องหารายนี้นอกจากมีหมายจับที่ศาลจังหวัดฉะเชิงเทราแล้ว จากการตรวจสอบศูนย์หมายจับ CCOC ภ.จว.ชลบุรี พบว่าผู้ต้องหารายนี้ยังมีหมายจับอีกจำนวน 4 หมาย ประกอบด้วย
1.หมายจับที่ จ.109/2568 ออกโดย กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
2.หมายจับที่ จ.429/2566 ออกโดย สภ.เมืองนครสวรรค์ภ.จว.นครสวรรค์
3.หมายจับที่ จ.199/2566 ออกโดย สภ.พิชัย ภ.จว.อุตรดิตถ์
4.หมายจับที่ จ.113/2566 ออกโดย สภ.พิชัย ภ.จว.อุตรดิตถ์
“จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การว่า อดีตภรรยา ที่เลิกรากันไปแล้ว เป็นคนดำเนินการขอหมายเลขโทรศัพท์ที่ร้านสะดวกซื้อ ก่อนนำไปเปิดบัญชีธนาคารเป็นชื่อของนายไพโรจน์ แล้วขายต่อให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในราคาบัญชีละ 3,000-5,000 บาท โดยแนวทางการสืบสวนคาดว่าน่าจะเปิดมาแล้วมากกว่า 10 บัญชี ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการขยายผล เบื้องต้นได้ส่งตัวผู้ต้องหาดำเนินคดีที่ สภ.เกาะจันทร์ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่ออายัดตัวผู้ต้องหาดำเนินคดีต่อไป” พ.ต.ท.ภาคสุวัฒน์ กล่าว


