วันอังคาร, มิถุนายน 25, 2024
+บทความศาลไคฟง

รัฐเข้มสั่งปิดผับนอกระบบหลังพบพฤติกรรมแอบแฝง ยาเสพติดระบาดในสถานบันเทิง

เป็นที่รู้กันว่าที่ผ่านมา “โบนผับ” สถานบันเทิงชื่อดังย่านพัทยาเหนือ จำต้องปิดตำนานลงไป หลังพบมีกลุ่มนายทุนสนับสนุนและตรวจพบมีพฤติกรรมแอบแฝง ซึ่งสังคมมองว่าเป็นการเอาจริงเอาจังของหน่วยงานภาครัฐ ในการจัดระเบียบสังคม

แต่ใครจะรู้ทุกวันนี้หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย การท่องเที่ยวเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ก็เริ่มผุดสถานบันเทิงแห่งใหม่ทั้งที่ขออนุญาตถูกต้อง และการใช้เส้นสายโดยไม่ต้องขออนุญาต ที่สำคัญพบว่าหลายแห่งกลายเป็นสถานที่มั่วสุมเพราะกลายเป็นแหล่งชุมชนของกลุ่มวัยรุ่น และวัยแรงงาน ที่นอกจากจะเข้ามาท่องเที่ยวแล้ว ยังมีปัญหาในเรื่องของการแพร่ระบาดยาเสพติดกันอย่างโจ๋งครึ่ม

เรียกว่าตามสถานบริการในเมืองพัทยาเกิดปัญหาเหล่านี้….เพียบ!

เป็นที่น่าฉงนสงสัยถึงหน่วยงานที่ทำหน้าที่ดูแลและปราบปรามโดยตรง อย่างตำรวจปราบปรามยาเสพติด ของตำรวจภูธรภาค 2 ที่วันๆไม่ทราบว่าทำอะไรกันอยู่ พบเห็นแต่เพียงตำรวจบางนาย ที่แต่เที่ยวหาความสำราญแต่ไม่รู้ว่าใส่ใจในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้หรือไม่ ถึงได้ปล่อยปัญหายาเสพติด แพร่ระบาดเข้ามาในสถานบริการพัทยาอีกครั้ง หรือว่ากันได้ว่า โจ่งครึ่ม

เมื่อพึ่งตำรวจในพื้นที่ไม่ได้ ต้องขอวอนผ่านไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ช่วยจับมือกระทรวงมหาดไทย รีบเข้ามาสางปัญหานี้เร่งด่วน ก่อนที่ปัญหาจะบานปลายจนยากจะแก้ไข

กรณีที่สถานบันเทิงเปิดเกินเวลา และมีแนวโน้มที่ภาครัฐจะสนับสนุนให้เปิดถึงเช้าเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว เรื่องนี้ทุกหน่วยงานทุกฝ่ายมีความเข้าใจ-รับได้ และเห็นด้วย เพราะรู้ว่าทุกวันนี้ผู้ประกอบการเองก็ต้องดิ้นรน เพื่อความอยู่รอด หลังประสบภาวะขาดทุนมานานหลายปี

แต่กลุ่มร้านหรือสถานบันเทิงบางแห่ง ที่หาทางลัดในการสร้างรายได้ โดยเอายาเสพติดมาเป็นเครื่องล่อตาล่อใจของกลุ่มวัยรุ่น กลุ่มร้านเหล่านี้ถือเป็นภัยสังคมใช้วิธีการหาเงินในทางทิ่ผิด ทำร้ายให้เป็นแหล่งแพร่ระบาดของยาเสพติด อย่างนี้ปล่อยไว้ไม่ได้ ต้องกำจัดให้สิ้นซากโดยเร็ว

ที่ผ่านมาเห็น สำนักงานตำรวจภูธรภาค 2 เน้นสร้างภาพ ในการปราบปรามปัญหาในด้านอื่นๆเต็มที่ แต่คงหลงลืมประเด็นปัญหา “การแพร่ระบาดยาสพติด ในสถานบันเทิงเมืองพัทยา” ซึ่งขณะนี้มีการแพร่ระบาดกันอย่างหนักหน่วง และถือเป็นนโยบายระดับชาติที่ต้องจัดการให้หมดสิ้น ซึ่งหากมีการตีแผ่ออกไป คาดว่าคงต้องร้อนก้นเป็นแถบๆ..แล้วจะหาว่าไม่เตือน

ทุกวันนี้เหล่าพ่อค้ายาเสพติดหนีร้อนจาก กทม. หันเข้ามาซบรังผู้ประกอบการ-สถานบันเทิงเมืองพัทยา เพื่อปล่อยของ ขายยาเสพติดกันอย่างมากมาย แต่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดกับไม่รู้ (หรือแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น) เรื่องนี้ผู้บังคับบัญชาระดับสูง ต้องลงมาตรวจสอบเพราะปลาเน่าตัวเดียว อาจทำให้เสียหายไปทั้งหมดได้

ส่วนของพ่อค้ายาเสพติดรายสำคัญๆ ในเขตพื้นที่เมืองพัทยา พบว่ายังหน้าตาเดิมๆ ที่ยังอยู่กันครบแบบราชา มีทั้งเสริมบริวาร แถมกำลังขยายสาขาเปิดผับ-เปิดสถานบริการแห่งใหม่ ย่านสถานที่ท่องเที่ยว ก่อนถึงปากทางพัทยาใต้ กันอีกหลายร้าน รวมถึงใน ซอยกอไผ่ ที่เป็นจุดขายยาเสพติดร้านเดิมๆ ยังอยู่กันครบเช่นกัน

ปัญหายาเสพติดสร้างความเสียหายให้กับสังคมอย่างรุนแรง เรื่องอื่นคงปล่อยวางได้ แต่เรื่องเหล่านี้ควรต้องจริงจังและปราบปรามให้หมดสิ้นไป เพื่อสร้างความใสสะอาดให้กับเมืองพัทยา เมืองท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลกว่าไร้ซึ่งสิ่งผิดกฎหมาย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำงานอย่างใส่ใจสืบสวน ค้นหา ตรวจสอบ และปราบปรามอย่างจริงจัง..ไม่ใช่เอาหูไปนา เอาตาไปไร่ เหมือนที่ทำกันอยู่ทุกวันนี้

เรื่องนี้ต้องวอน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ช่วยประสาน กระทรวงมหาดไทย รีบเข้ามาสางปัญหาเหล่านี้โดยด่วน…

ก่อนที่ เมืองพัทยา จะเป็นแหล่งแพร่ระบาดของยาเสพติดอีกครั้ง