+ข่าวแดนใต้

โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. แจงเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย เข้าปิดล้อมตรวจค้นในพื้นที่บ้านฮูแตยือลอ พบผู้ก่อความไม่สงบ เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย

ที่ห้องแถลงข่าว ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี (8 ต.ค.64) พ.อ.เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมด้วย พ.ต.ท.ภนภัค ภานุเดชากฤษ รอง โฆษกกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่สนธิกำลัง 3 ฝ่าย เข้าบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่หลบซ่อนในป่าพรุเสม็ด ในพื้นที่บ้านฮูแตยือลอ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส หลังผ่านมา 11 วัน พบผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายมะสะกรี อูแล อายุ 43 ปี เป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงรายสำคัญ พบมีหมาย ป.วิอาญา 7 หมาย

พ.อ.เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2564 ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้ปิดล้อมผู้ก่อเหตุรุนแรง ที่หลบซ่อนอยู่ในพงไม้รกทึบ และกำลังดำเนินการเจรจาเกลี้ยกล่อมอยู่นั้น คนร้ายได้เปิดฉากยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่ จึงได้เกิดการยิงต่อสู้กันขึ้น โดยในเบื้องต้นคาดว่าคนร้ายได้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนเจ้าหน้าที่ทุกนายปลอดภัย แต่เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวยังไม่มีความปลอดภัย โดยยังคงสังเกตพบความเคลื่อนไหวของผู้ก่อเหตุรุนแรงอีกจำนวนหนึ่ง เคลื่อนที่ไปมาอยู่ในบริเวณนั้น จึงไม่สามารถเข้าไปดำเนินการเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุได้

ต่อมาวันที่ 8 ตุลาคม 2564 หลังจากทำพื้นที่ให้ปลอดภัยแล้ว เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรวมทั้งชุดพิสูจน์หลักฐานจึงได้เข้าไปนำร่างผู้เสียชีวิตออกจากที่เกิดเหตุ เพื่อดำเนินการพิมพ์ลายนิ้วมือพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล และส่งมอบให้ญาตินำร่างผู้เสียชีวิต ไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป โดยต่อมา ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายมะสะกรี อูแล อายุ 43 ปี เป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงรายสำคัญที่มีความเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส โดยทางด้าน พันตำรวจโท ภนภัค ภานุเดชากฤษ รองโฆษกกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เปิดเผยหมาย ป.วิอาญาจำนวน 7 หมาย ของ นายมะสะกรี อูแล ประกอบด้วย

1.เหตุขว้างระเบิดไปป์บอมใส่ป้อมจุดตรวจต้นไทร ในพื้นที่หมู่ 6 ต.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2560 โดยพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนจากพยานบุคคลยืนยันยืนยันว่า นายมะสะกรี อูแล ได้ร่วมก่อเหตุการณ์ดังกล่าวจนเป็นที่ประจักษ์ และศาลจังหวัดนราธิวาสได้ออกหมายจับที่ จ. 291/2561

2.เหตุฆ่าผู้อื่นและชิงทรัพย์ นางนิตยา จันทร์เรือง และบุตรสาวอายุ 13 ปี ซึ่งเป็นชาวบ้านผู้บริสุทธิ์บนถนนในพื้นที่หมู่ 2 ต.ปะลุกาสาเมาะ อ บาเจาะ จ.นราธิวาส และชิงรถจักรยานยนต์หลบหนีไป เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2561 โดยพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานยืนยันว่า นายมะสะกรี อูแล ทำหน้าที่ขับขี่รถจักรยานยนต์คุ้มกันการก่อเหตุดังกล่าว โดยต่อมาศาลจังหวัดนราธิวาสได้ออกหมายจับที่ จ. 528/2561

3.เหตุฆ่าผู้อื่น คือนายมือลี หมูซอ อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านส้มปล่อย ในพื้นที่หมู่ 4 ต.กาเยาะมาตี อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2561 โดยจากการสอบสวนทราบว่าหลังจากผู้ตายกลับจากการละหมาดได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาถึงที่เกิดเหตุ นายมะสะกรี กับพวกรวมสองคนได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ประกบยิงถึงแก่ความตายโดยศาลจังหวัดนราธิวาส ได้ออกหมายจับที่ จ.288/2562

4.เหตุฆ่าผู้อื่น คือ ส.ท. อมรินทร์ ศรีรักษา เจ้าหน้าที่พยาบาล บนถนนสายบาเจาะ-บ้านทอน ในพื้นที่หมู่ 5 ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 โดยจากการสอบสวนทราบว่าหลังจากผู้ตายกลับจากการเล่นกีฬาพัฒนาสัมพันธ์กับเพื่อนประชาชนในพื้นที่ นายมะสะกรี อูแล กับพวกรวม 2 คนได้ขับรถจักรยานยนต์ประกบยิงถึงแก่ความตายซึ่งประจักษ์พยานในเหตุการณ์ให้การยืนยัน โดยศาลจังหวัดนราธิวาสได้ออกหมายจับที่ จ.100/2562

5.เหตุการณ์โจมตีฐานปฏิบัติการเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.32 ในพื้นที่หมู่ 3 ต.กาเยาะมาตี อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2562 โดยจากการสอบสวนทราบว่านายมะสะกรี อูแล เป็นผู้ทำหน้าที่ดูต้นทางให้กับกลุ่มผู้ก่อเหตุ โดยต่อมาศาลจังหวัด นราธิวาสได้ออกหมายจับที่ จ.296/2562

6.เหตุโจมตีเจ้าหน้าที่ทหารชุดลาดตระเวนเส้นทางบนถนนสาย 42 เหตุเกิดในพื้นที่หมู่ 3 ต.กาเยาะมาตี อ.บาเจาะ จ.นราธิวาสเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2562 จากการสอบสวนทราบว่านายมะสะกรี อูแล ทำหน้าที่ร่วมขว้างระเบิดใส่ชุดเจ้าหน้าที่ โดยต่อมาศาลจังหวัดนราธิวาสได้ออกหมายจับที่ จ.316/ 2562

7.เหตุวางระเบิดเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดชุดปฏิบัติการจังหวัดนราธิวาสขณะเข้าทำการตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยและเกิดระเบิดขึ้นในพื้นที่ ต.กาเยาะมาตี อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2556 โดยจากการสอบสวนทราบว่านายมะสะกรี อูแล เป็นผู้ก่อเหตุ

ด้าน พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้เน้นย้ำการปฏิบัติในการปิดล้อมพื้นที่เพื่อจับกุมคนร้ายที่ยังคงหลบซ่อนอยู่ ให้ทุกส่วนดำเนินการด้วยความระมัดระวังและอดทน เนื่องจากผู้ก่อเหตุรุนแรงที่หลบซ่อนอยู่ภายในป่า ยังคงมีขีดความสามารถในการยิงเข้าใส่และตอบโต้เจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา จึงต้องปฏิบัติทุกขั้นตอนด้วยความรอบคอบ และนำเครื่องมือในการตรวจการณ์มาใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด

ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอชี้แจงให้ทราบโดยทั่วกันว่า ผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เสียชีวิตจากการยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2564 จนถึงปัจจุบัน ยืนยันแล้วมีจำนวน 5 ราย โดยญาติได้รับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาครบทุกรายแล้ว และหากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบต่อไป
ภาพ/ข่าวอับดุลหาดี เจ๊ะยอ อธิปบูรพา จ.ยะลา