ชาวเกาะสีชังร้องเทศบาลฯ ปล่อยบ่อขยะมหึมาอยู่เหนือแอ่งน้ำธรรมชาติ ไร้แนวทางจัดการอย่างเป็นระบบ หวั่นกลายเป็นแหล่งสะสมสารพิษ-สิ่งปฏิกูล

ชลบุรี : น.ส.เกศแก้ว ทองจรูญ ตัวแทนกลุ่ม TRASH HERO KO SICHANG พร้อมชาวบ้านในพื้นที่ อ.เกาะสีชัง จ.ชลบุรี ที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาขยะจำนวนมหาศาลซึ่งทะลักออกจากศูนย์กำจัดขยะเทศบาลตำบลเกาะสีชัง ได้พากันยืนชูป้ายเรียกร้องให้เทศบาลตำบลเกาะสีชัง เร่งจัดการปัญหาขยะที่เพิ่มมากขึ้นจากการเติบโตด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่

น.ส.เกศแก้ว ระบุว่า ปัจจุบันชาวบ้านใน อ.เกาะสีชัง ยังคงมีปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภคเนื่องจากโครงการส่งน้ำประปาจากฝั่งมายังเกาะผ่านระบบท่อยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังคงต้องซื้อน้ำจากภาคเอกชนที่มีราคาแพงถึงยูนิตละ 120-150 บาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน แต่ต้องแลกกับค่าใช้จ่ายในครัวเรือนที่ต้องเพิ่มขึ้นมาก ที่ผ่านมาชาวบ้านจึงต้องหันพึ่งพาน้ำจากแอ่งธรรมชาติที่เกิดจากการระเบิดเขา เพื่อนำหินไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมและการก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบัง จนกลายเป็นบ่อน้ำขนาดใหญ่ที่มีความลึกหลายสิบเมตร และในทุกฤดูฝนแอ่งน้ำนี้ จะสามารถกักเก็บน้ำให้ประชาชนในพื้นที่ได้สูบขึ้นมาใช้ฟรีได้นาน 4-5 เดือน แต่ปัจจุบันบ่อน้ำแห่งนี้กำลังเสี่ยงต่อการกลายเป็นแหล่งสะสมน้ำเสียที่จะไหลมาจากกองขยะ หากมีฝนตกหนักและมีทางน้ำไหลลงสู่แอ่งน้ำแห่งนี้ จนชาวบ้านหวั่นว่าจะไม่สามารถนำน้ำมาใช้ได้อีกต่อไป ซึ่งตอนนี้เข้าสู่ฤดูฝนแล้ว ชาวบ้านจึงกังวลเกี่ยวกับปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้นจึงจำเป็นต้องพากันออกปกป้องแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีอยู่

น.ส.เกศแก้ว ยังระบุอีกว่า แม้ที่ผ่านมาพวกตนเองจะไม่รู้ว่าปริมาณขยะที่แท้จริงที่เกิดขึ้นบนเกาะสีชัง มีจำนวนมากเท่าใด แต่จากที่เห็นได้ชัดจากกองขยะจำนวนมหึมาที่ทะลักขึ้นไปบนเขา และทะลักออกจากศูนย์กำจัดขยะฯ เชื่อได้ว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นมากจากการเติบโตทางการท่องเที่ยว แต่หน่วยงานในพื้นที่กลับไม่มีการบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบ ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีทั้งหน่วยงานภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาพากันเข้ามามาทำงานวิจัย และแนะแนวทางในการจัดการขยะ ทั้งการให้ความรู้เรื่องการคัดแยกขยะกับชาวบ้าน หรือแม้แต่การจัดโครงการขยะแลกไข่ เพื่อกระตุ้นให้ชาวบ้านเห็นประโยชน์จากการคัดแยกขยะ แต่สุดท้ายเมื่อครบกำหนดโครงการที่มีระยะเวลา 1-2 ปี ที่หน่วยงานเหล่านี้ต้องส่งมอบโครงการให้กับเทศบาลฯ กลับไม่มีการสานต่อโดยอ้างว่าบุคลากรในการจัดการเรื่องดังกล่าวมีไม่เพียงพอ ทั้งที่ปัจจุบันเกาะสีชัง มีประชากรเพิ่มขึ้นมาก จึงจำเป็นต้องมีการจัดระเบียบเรื่องการจัดการขยะ หรือแม้แต่การสนับสนุนให้ประชาชนรู้จักการคัดแยกขยะอย่างจริงจังและจะต้องมีการบังคับใช้เทศบัญญัติเรื่องการจัดการขยะอย่างเข้มงวด

“ที่ผ่านมาเทศบาลฯ มักอ้างว่าศูนย์กำจัดขยะอยู่ไกลจากชุมชน ไม่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ แต่ในความเป็นจริงแล้วศูนย์กำจัดขยะฯ และกองขยะที่ทะลักออกมาอยู่บนเขาซึ่งเป็นที่สูง และอยู่ในแนวทางน้ำไหล ดังนั้นเมื่อมีฝนตกหนัก น้ำฝนย่อมฉะล้างสิ่งสกปรกลงสู่ชุมชน และที่สำคัญยังมีทางน้ำไหลลงสู่แอ่งน้ำธรรมชาติที่อยู่ด่านล้างด้วย” น.ส.เกศแก้ว กล่าว

เช่นเดียวกับ ป้าเล็ก ชาวบ้านเกาะสีชัง ที่บอกว่าปัญหาศูนย์กำจัดขยะเทศบาลฯ ที่ไม่สามารถกำจัดขยะจำนวนมหาศาลให้หมดไปได้ ทำให้ชาวบ้านต้องประสบปัญหาเรื่องแมลงวันรบกวน เนื่องจากปัจจุบันมีร้านจำหน่ายอาหารเปิดขึ้นมากเพื่อให้บริการนักท่องเที่ยว เมื่อนักท่องเที่ยวนั่งรับประทานอาหารก็ต้องปัดและไล่อยู่ตลอดเวลา เมื่อเร็วๆ นี้เพิ่งเกิดเหตุไฟไหม้กองขยะจนเกิดกลุ่มควันสีเหลืองพัดไปทางหมู่บ้าน ส่งกลิ่นเหม็นของสารเคมีรบกวนอยู่นาน หากยังปล่อยไว้เช่นนี้อาจจะเกิดไฟไหม้ใหญ่ได้

ป้าเล็ก ยังบอกอีกว่าในวันนี้ชาวบ้านต้องการให้เทศบาลฯ เร่งหาวิถีกำจัดขยะหรือทำลายให้หมดไปโดยเร็ว เพราะเกาะสีชัง เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อพบเห็นภาพกองขยะมหึมาอยู่ติดถนน ย่อมสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อชาวเกาะสีชังด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากการสังเกตการณ์พบว่า บริเวณศูนย์กำจัดขยะแห่งนี้ ยังมีการจัดตั้งศูนย์พักพิงสุนัขจรจัด เพื่อแก้ไขปัญหาประชากรสุนัขในพื้นที่ ซึ่งชาวบ้านพากันวิตกกังวลว่าการถมที่ในโครงการจะมีขยะอยู่ด้านล่างหรือไม่ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ยิ่งเพิ่มความกังวลใจว่า หากมีฝนตกหนักพื้นที่บริเวณดังกล่าวอาจเกิดการทรุดตัวได้ และอาจส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของสุนัขที่เริ่มทยอยเข้ามาอยู่ในศูนย์แห่งนี้เช่นกัน