พ่อค้าแม่ค้าบ่นอุบ “น้ำมันพืช” ราคาพุ่งขึ้นขวดละ 5-8 บาท วัตถุดิบราคาขยับ แต่ยังต้องขายของราคาเดิม
ผลพวงจากวิกฤติสงครามตะวันออกกลาง ที่ทำให้น้ำมันเชื้อเพลิง ที่ถือเป็นต้นทุนของสินค้าส่วนใหญ่มีราคาพุ่งกว่าสามสิบเปอร์เซนต์ ส่งผลให้ล่าสุด สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน หลายอย่างพาเหรดขึ้นราคาไปเรียบร้อย ทั้งเนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ไก่ ล่าสุดแม้แต่ “น้ำมันพืช”ที่กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ระบุเป็นสินค้าควบคุม ยังขยับราคาไปเรียบร้อย โดยเมื่อกลางสัปดาห์ผู้สื่อข่าวตระเวนสำรวจร้านค้าขายตามตลาดในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี พบว่าผู้ประกอบการน้ำมันปาล์มบรรจุขวด ได้ปรับขึ้นราคาขวดขนาด 1 ลิตร ประมาณ 5-8 บาท ขึ้นอยู่กับแต่ละยี่ห้อ ทำให้ราคาขายส่งจากเดิมที่อยู่ช่วง 41–42 บาทต่อขวด เพิ่มมาอยู่ที่ 48–49 บาทต่อขวด ซึ่งส่งผลให้ราคาขายปลีกในร้านค้า ร้านโชห่วยทั่วไปปรับขึ้นเป็น 50–53 บาทต่อขวด
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก เจ๊สา เจ้าของร้านกล้วยทอดชื่อดังว่า ภายหลังน้ำมันพืชปรับราคา กล้วยทอดที่ร้านยังไม่ได้ปรับราคาขึ้นโดยยังคงขาย 6 ชิ้น 30 บาท ทุกอย่างที่ขาย โดยน้ำมันพืชปรับขึ้นอีก 6 บาทต่อขวด จากเดิมขวดละ 45บาท เป็น 51 บาท ต่อขวด (ลิตร) แต่ละยี่ห้อราคาต่างกัน แต่ที่ร้านใช้น้ำมันพืช 8 ขวดต่อวัน และนอกจากน้ำมันพืชปรับราคาแล้ว มะพร้าวที่เป็นส่วนประกอบในการทำกล้วยทอดก็ปรับราคาขึ้นเช่นกันโดยกะทิสด ก่อนหน้านี้ กก.ละ 60 บาท ตอนนี้ปรับขึ้นเป็น 90 บาท ต่อ กก. นอกจากนี้ ยังมีแป้งทอดกรอบก่อนหน้านี้ถุง 500 กรัม ราคา 30 บาท ปรับขึ้นเป็น 35 บาท
แม่ค้ากล้วยทอดเจ้าดัง ยอมรับว่า มีผลกระทบบ้าง แต่ที่กระทบมากสุด คือน้ำพืช และกะทิสด ราคาปรับสูงขึ้นมาก แต่ยังคงขายราคาเดิม ทำให้กำไรน้อยลงสวนกระแสกับสินค้าที่ปรับขึ้น หากเราจะขายแพงก็ขายไม่ได้ ต้องขายราคาเท่าเดิมแต่ต้นทุนเพิ่มขึ้น อยากจะให้ราคาน้ำมันพืชต่ำลงมากว่านี้ พยายามคงราคาเดิมไว้เป็นเวลานานแล้ว แต่ด้วยราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นทุกอย่าง วอนรัฐปรับลดราคาเพราะก่อนหน้านี้สินค้าอุปโภค-บริโภค ต่างทยอยปรับตัวสูงขึ้นหลายรายการสวนกระแสกับรายได้ในปัจจุบัน

