จับ“โป๊ะแตก”ตู้คีบพนันตุ๊กตา! ร่อนหนังสือ“หมกเม็ด”นายอำเภอ ชุบร่างทอง-เปิดเย้ยกฎหมาย!(ตอนจบ)
กลับมาชำแหละทุกตัวอักษร ของหนังสือที่เจ้าของธุรกิจตู้คีบจำแลง ร่อนถึงนายอำเภอบางละมุง ทำนองว่าขอให้ตอบข้อหารือให้ชัด เกี่ยวกับตู้คีบตุ๊กตา ที่ได้รับการยกเว้น ไม่เข้าข่ายการพนัน
ไฮไลท์มันอยู่ ตรงข้อที่ 5…. เขาว่าไว้ยังงี้ครับ
“กรณีที่ลูกค้าชำระราคาสินค้าไม่ครบตามจำนวนราคาสินค้าในคราวเดียว ลูกค้าสามารถโยกมือจับสินค้าและสามารถกดปุ่มหยิบสินค้า เพื่อตรวจสอบสภาพสินค้าได้เท่านั้น แต่จะไม่สามารถหยิบสินค้า เพื่อนำไปปล่อยลงในช่องรับสินค้าได้ จนกว่าลูกค้าจะชำระราคาครบถ้วน…
… และหากลูกค้าไม่ต้องการซื้อสินค้าแล้ว สามารถรับคืนเงินที่ชำระไปแล้ว โดยกดปุ่มยกเลิกการซื้อสินค้าที่ตู้คีบตุ๊กตา เงินที่ลูกค้าชำระราคามาก่อนแล้ว จะถูกนำคืนเข้าระบบบัตรสมาชิกทันทีโดยอัตโนมัติ…
…. ส่วนกรณีของเหรียญโทเคน สามารถขอรับเงินที่ชำระไปแล้ว โดยการสแกน QR Code ที่ติดอยู่ด้านหน้าตู้คีบตุ๊กตาหรือตู้คีบสินค้า เพื่อรับเงินคืนเข้าระบบสมาชิกทันทีโดยอัตโนมัติ…”
เจ้าของร้านระบุว่าเลิกเล่น “ขอรับคืนเงินที่ชำระไปแล้วได้ทันที” ตรงนี้ช่วยกันจำ ถ้าให้ดี “ขีดเส้นใต้” กันไว้นะครับ!
มาดูประโยคทองของร้านตู้คีบฯ อีกชอต…
“…ตู้คีบตุ๊กตา หรือตู้คีบสินค้า มีวัตถุประสงค์เพื่อการขายสินค้า รวมทั้งให้ความสนุกสนานเพลิดเพลิน และเพิ่มทักษะระหว่างซื้อสินค้าเท่านั้น…”
ตอนท้ายในหนังสือ อันนี้อ่านแล้วปวดหนึบวิ่งลงไข่ดัน มันสรุปทุบเปรี้ยง แบบว่า ถามเอง เออเอง ด้วยว่า….
“…. ทางร้านเห็นว่า ขั้นตอนและวิธีการซื้อสินค้าของบริษัทฯ ดังกล่าว เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของตู้คีบตุ๊กตา ที่ไม่เข้าข่ายเป็นการพนัน เพราะไม่มีการแพ้ชนะกันได้ ระหว่างผู้เล่นกับเจ้าของเครื่อง ตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท ๐๓๐๗.๑๐/ว ๘๐๓๘ ลงวันที่ 2 กันยายน 2568…”
คราวนี้ ลองมาดูหนังสือสั่งการ “พ่อเมืองชลบุรี” กันบ้าง!
เป็นหนังสือทางราชการ กึ่งกลางหน้ากระดาษด้านบนสุดตีตราครุฑ ระบุเลขที่ออกหนังสือ ที่ ชบ.๐๐๑๘.๑/๓๕๑๔๘ ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 แจ้งถึงเรื่อง การบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการพนัน นำเรียนไปยัง…ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี
สิ่งที่ส่งมาด้วย สำเนาหนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนที่สุด ที่ มท. ๐๓๐๗.๑๐/ว ๘๐๓๘ ลงวันที่ 2 กันยายน 2568
ด้วยกระทรวงมหาดไทยแจ้งว่า ตู้คีบตุ๊กตาเข้าข่ายเป็นเครื่องเล่นการพนันที่อยู่ในบัญชี ข. หมายเลข 28 ท้ายพระราชบัญญัติการพนัน พุทธศักราช 2478 มีวิธีการเล่น โดยผู้เล่นจะต้องแลกชิปหรือหยอดเหรียญ จากนั้นนำไปหยอดที่ช่อง หยอดเหรียญหรือชิป และจับคันโยกเลื่อนหาตำแหน่งเพื่อคีบตุ๊กตา
จากนั้นกดปุ่มเพื่อให้ที่คีบตุ๊กตา ปล่อยตุ๊กตาลงช่อง โดยการเล่นแต่ละครั้งผู้เล่นอาจจะได้หรือไม่ได้ตุ๊กตา แต่หากเครื่องเล่นข้างต้นสามารถให้ผู้เล่นเข้าเล่นด้วยวิธีการดังกล่าวได้ ก่อนจะหยอดเหรียญหรือก่อนชำระราคาครบตามที่กำหนด ก็ถือว่าเป็นการพนัน เพราะมีการแพ้ชนะกันได้ ระหว่างผู้เล่นกับเจ้าของเครื่อง
เว้นแต่ผู้เล่นชำระเงินไม่ครบตามที่กำหนดเครื่องเล่นข้างต้น สามารถคืนเงินที่ผู้เล่นชำระไปแล้วได้ทันทีโดยอัตโนมัติ หรือสแกน QR Code เพื่อคืนเงินทันทีทางบัตรสมาชิกโดยอัตโนมัติ ซึ่งการจัดให้มีการเล่นดังกล่าวต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตก่อนจึงจะเล่นได้
ย่อหน้าข้างบนนี้ ในหนังสือของท่านผู้ว่าฯนริศ นิรามัยวงศ์ ระบุไว้ว่า “เจ้าของตู้ ต้องคืนเงินที่ผู้เล่นจ่ายไปแล้วในทุกช่องทางได้ทันที” ซึ่งไปตรงกับเงื่อนไขของทางร้านที่ระบุอยู่ในข้อ 5 หนังสือหารือ นายอำเภอบางละมุง
พร้อมทิ้งท้ายด้วยประโยคทองเชือดคอ…
“…. ทางร้านเห็นว่า ขั้นตอนและวิธีการซื้อสินค้าของบริษัทฯ ดังกล่าว เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของตู้คีบตุ๊กตาที่ไม่เข้าข่ายเป็นการพนัน เพราะไม่มีการแพ้ชนะกันได้ ระหว่างผู้เล่นกับเจ้าของเครื่อง ตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท ๐๓๐๗.๑๐/ว ๘๐๓๘ ลงวันที่ 2 กันยายน 2568…”
ร้านกำลังตะโกนฟ้องจักรวาลว่า…เมื่อมีการคืนเงิน ไม่มีใครได้ ไม่มีใครเสีย ไม่มีแพ้ ไม่มีชนะ วิน-วิน ด้วยกันทั้งคู่ ถือว่า เป็นตู้คีบตุ๊กตาที่ไม่เข้าข่ายเป็นการพนัน!!
อะพิโถ่! อะพิถัง! กะละมังสลัด! ตัดจบ“โมเมชั่น” ไปแบบมึนๆ!!
ถ้ามันใช่อย่างที่เอ็งว่ามา… สื่ออย่างข้า ก็จะไม่ขุดคุ้ยรื้อขยะโสโครก ที่มันเน่าเฟะอยู่ใต้พรม…ให้มันเมื่อยลูกตะโปด หรอกว่ะ!!
แต่เหลี่ยมทุกดอก แล้วบอก คีบเพื่อความบันเทิง เพิ่มทักษะ ระหว่างซื้อสินค้าเท่านั้น…” มันไม่ใช่
พอไม่ใช่ รายการ “ตีแสกหน้า” ฉุดกระชากลากไส้ ให้เห็นเล่ห์เพทุบาย ใช้วิธีหมกเม็ด…ก็ต้องขยำขยี้บี้รอยดำ-ด่าง ให้หลุดออกไปจากสังคมไทย
จำตรงที่บอกให้ “ขีดเส้นใต้” กันได้นะ!
ม่ะ…หาม “ตะแบงมาร”ขึ้นเขียง เรียงหน้าเข้ามาชำแหละแซะร่อง เงื่อนไขของร้าน การคืนเงิน?
ไปลองมาแล้ว ถึงได้รู้ว่า พอกดปุ่มเครื่องเติมเงินสดใส่การ์ดในร้าน มันจะขึ้นข้อความโชว์หราบนหน้าจอ อ่านดูมีด้วยกันทั้งหมด 11 ข้อ ด้านล่างของจอมีปุ่ม ให้กด ปฏิเสธ หรือ ยอมรับ
เนื้อหาสาระอยู่ในข้อ 7/7.1/7.2 ระบุว่า…
กรณีที่ชำระสินค้าครบตามวิธีการซื้อสินค้าในข้อ2 และข้อ3 แต่ได้รับสินค้าที่มีราคาสูงกว่ายอดเงินที่ต้องชำระลูกค้าต้องดำเนินการชำระเงินเพิ่มจากส่วนต่างของราคาสินค้า ณ จุดบริการ หรือ ต้องคืนสินค้า และรับเงินคืนตามมูลค่าที่ได้จ่ายไปจริง
มาดูไฮไลท์ เงื่อนไข “บีบคอหอยลูกค้า” อยู่ในข้อที่ 8-9 และ10…
ลูกค้าที่ได้ “ยกเลิกการซื้อสินค้า” หรือ “ขอรับเงินคืน” ลูกค้าจะได้รับเงินคืนในรูปแบบของ “Happy coin” ตามมูลค่าจำนวนของเงินที่ขอรับคืน ลูกค้าสามารถนำ “Happy coin” ไปใช้ในการเลือกซื้อสินค้าใดก็ได้ภายในร้าน ตามจำนวนราคาสินค้าที่ถูกกำหนด “Happy coin” ไว้
สำทับด้วยประโยค “ยาขมล้วงคอ” ปิดจบแบบจุกลิ้นปี่ สุดชีช้ำกล้ำกลืนฝืนอารมณ์
“จำนวนของเงินที่ขอรับคืน 1 บาท มีมูลค่าเท่ากับ 1 Happy coin”
อ้าวววว… ไหนคุยน้ำลายแตกฟอง เขียนเป็นตุเป็นตะ ส่งสารไปถึงนายอำเภอ ว่า “คืนเงิน” แต่ไหงกลับจ่ายคืนเป็น Happy coin ไม่รู้ว่าคืออะไร? แต่ยังไงมันก็ไม่ใช่ “เงิน” ตามที่เขียนไป สาธยายต่อนายอำเภอ
ยังงี้… คือเอกสารฉบับหมกเม็ด “ลับ ลวง พราง” บอกกล่าวอะไร “กั๊กไว้” ไม่หมดเปลือก นี่หว่า!!
เติมเงิน “สกุลบาท” เข้าไป พอคืนมา Happy coin เฉยเลย
ถามจริงไอ้ Happy coin เนี้ยะ! มันเป็นสกุลเงินบนดาวดวงไหนในจักรวาล หรือ “เบี้ยนรก” จากอเวจีขุมไหน เหรอคะ?
เอาเป็นว่า พอคืนมาแล้ว คำถามเต็มหัว พาลูกเข้าร้านสะดวกซื้อ หรือ อยากได้ตะไบแคะเล็บตีนขบสักอัน “Happy coin ด้อม” อุ๊ย! Happy coin เหรียญแห่งความสุขของคุณอ่ะ จ่ายได้ไหม!
คืนแบบมัดมือชก ใช้จ่ายได้แค่ใน “ร้านสะดวกมึง” ร้านเดียว! เฮ้อ…
ตอนฟาดสวาปามยัดห่าเข้าไปเป็นเงินบาทพุงปลิ้น! เงินถูกต้องตามกฎหมายรัฐบาลเป็นประกัน พอเล่นแร่แปรสตางค์ ขย้อนคายกากคืน Happy coin
เงินของเด็กๆหายไปเข้ากระเป๋าของใครเอ่ย?
เพราะเหรียญ “Happy coin (ด้อม)” ไม่ใช่เงินตราที่สามารถชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย
อย่างงี้เท่ากับว่า “มีคนได้เงิน!” กับ “มีคนเสียเงิน!” เงินวิ่งผ่านเครื่องจักรที่เรียกว่า “ตู้คีบตุ๊กตาไฟฟ้า”
เข้าข่าย “การพนัน” ป่ะล่ะ
ฉ้อฉลในกลเกมส์ ในเมื่อ “เงินบินไป เงินต้องบินกลับ” ถึงเรียกได้ว่า ไม่ใช่คนคดในข้อ งอในกระดูก
แหมมม! อะไรก็ไม่แสบทรวง เท่ากับไปโกหกคำโต กับผู้หลักผู้ใหญ่… เขียนหนังสือ “หมกเม็ด” ไปให้นายอำเภอบางละมุง ไม่รู้ว่าเป็นนายอำเภอคนก่อน หรือคนปัจจุบัน
หนังสือฉบับดังกล่าว ถ้าอำเภอมีการลงเลขรับเอกสารถูกต้อง ยังน่าจะอยู่บนที่ว่าการอำเภอ… ตรวจสอบยังไงก็เจอแน่!
ต้มยำน้ำใสนายอำเภอ “เปื่อยยุ่ย” ราดหน้าโปรยยาหอมทับดับกลิ่น คืนเงินทุกกรณี ไม่มีใครได้-ใครเสีย โยกเพื่อความบันเทิง เสริมทักษะ เปลี่ยนตู้คีบฯ ทรงแบดอุบาทว์ ให้มายืนเต๊ะจุ๊ย ฟากฝั่ง “ไม่เข้าข่ายการพนัน…”
ล่อหลอกเล่นเหลี่ยมเลี่ยงบาลี ลูบคมกันซึ่งหน้าอย่างนี้ ท่านผู้ว่าฯ เอายังไงดีครับ?!?
ช่วงต้นเดือนสิงหาคม ท่านผู้ว่าฯ นริศ นิรามัยวงศ์ พ่อเมืองชลบุรี เพิ่งจะมาบางละมุง ประชุมมอบนโยบาย 7 มาตรการสำคัญไปหยกๆ ท่านสั่งกำชับกำชาหนักแน่น เรื่องการปฏิบัติหน้าที่แก่ฝ่ายปกครอง และตำรวจทุกโรงพักในพื้นที่จังหวัดชลบุรี
บิ๊กตำรวจ ผู้การฯ จังหวัด พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง นายอำเภอสัตหีบ นายตำรวจยศสูงระดับพันตำรวจเอก ตำแหน่งผู้กำกับการสถานีตำรวจ 23 แห่ง รวมทั้งกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน มากันพรึบ
ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดฯ เน้นย้ำถึงการทำงานด้านความมั่นคง ปัญหาอาชญากรรม อาวุธปืน ยาเสพติด การพนัน และการรักษาความสงบเรียบร้อย ต้องร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่าง ฝ่ายปกครองกับตำรวจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันเหตุ ติดตามผู้กระทำผิด และสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน
นั่งฟังกันหน้าสลอน ขานรับกันเสียงอื้ออึง!
เรื่องตู้คีบตุ๊กตาจำแลง แปลงกฎกติกาบ้านเมือง เป็น “กฎกติกู” เขียนหนังสือ “ล้อ” ไปกับคำสั่งพ่อเมือง เพื่อให้สวมเข้าง่ามพอดีเป๊ะ
ไม่ต้องสมองตรองไตร่ แค่ใช้หัวนิ้วโป้งเบื้องล่างคิด เล่นฟรี ใครไม่ได้ของในตู้ ทางร้านพร้อมคืนเงินทุกกรณี ไหนจะค่าซื้อตู้คีบฯ ค่าเช่าสถานที่ ค่าน้ำ-ค่าไฟ ค่าลูกจ้าง ไหนยังจะต้องควักจ่าย “เบี้ยบ้ายรายทาง” อีกไม่รู้เท่าไหร่?
ทั้งที่มันมีราคาที่ต้องจ่ายสูงลิ่ว แต่กลับดู “ย้อนแย้ง” สิ้นดี สวนทางกับคำว่า “ธุรกิจ” แค่คิด “Ship-หาย” ก็ลอยมาแล้ว คำว่า “เจ๊งกะบ๊ง” เชือดหลอดลมขาดกระจุย ตั้งแต่ยังไม่ลงมือทำ!
หว่านพืช ไม่หวังผล ลงทุน ไม่หวังกำไร ขนาดกองทุนกู้ยืมฯเงินหลวง รัฐฯยังคิดดอกเบี้ย…
ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว “ของฟรีไม่มีในโลก” คือเรื่องจริง!
ตู้คีบตุ๊กตาไฟฟ้า 30-40 ตู้ ซื้อมาราคาค่างวดคงไม่เบา ทุ่มเงินก้อนโตมหาศาลขนาดนี้ จะมายอมให้เล่นแบบคีบแล้วไม่ได้ของ คืนเงินให้ไม่ต้องจ่ายสักสตางค์แดงเดียว
“อ้อยเข้าปากช้าง” ยอมง้างออกมาคืนให้ทุกบาททุกสลึง…
ฝ่ายปกครองบางละมุง…เชื่อไหม?
ตำรวจบางละมุงล่ะ…เชื่อป่าว?
หรือเชื่อว่าจริง ถึงไม่กล้าไปแตะต้อง ไม่กล้าแม้จะชายตาเมียงมอง ก็ว่ากันไป…
ขนาดชาวบ้านตาสีตาสา ขาแข้งก้าวไม่ค่อยทันโลก แค่มองปราดเดียว ยังรู้เลยว่า…มันไม่ใช่!
เอาแค่วาทะกรรมสวยหรู “คืนเงิน” เพื่อชุบร่างทองให้ตู้คีบตุ๊กตา หลุดพ้นคำว่า “การพนัน” ยัง “ร้อยลิ้นกะลาวน” ขุดหลุมพรางซ่อนไว้
หลอกล่อ ลูกเล็กเด็กโต คุณพ่อคุณแม่ ที่พลัดหลงเข้าไป เดินตก!
คำถามเดียวสั้นๆ ชาวบ้านคาใจ “มีอันใดฤา บดบังดวงตาท่าน” งั้นรึ!!
ถึงได้ “ป้อแป้!-ยักแย่ยักยัน!” กันอยู่ได้!
เป็นโล้เป็นพาย! เป็นโล้เป็นพาย! ยอมให้ถูกลูบคมกันอยู่ได้
อีกหน่อย เนื้อในสนิมกิน แถม “คมบิ่น!” เถืออะไรก็ไม่เข้า!
อั๋นพันดาว
