นายกสมาคมไก่ฯ ออกโรงป้องภาคปศุสัตว์ จวกหน้าไหนเซ็นอนุญาตจีนนำเข้าเนื้อสัตว์ปีก ไม่ต่างจาก “คนขายชาติ” หวั่นนำโรคเข้ามา-ทุบตลาดไทย ยันผลิตเนื้อไก่ได้เพียงพอทั้งบริโภค-ส่งออก การันตีปลอดโรค
จากกรณีที่ กรมปศุสัตว์ ยืนยันว่าประเทศจีนได้ยื่นคำขอเปิดตลาดส่งออกเสื้อสัตว์ปีกมายังประเทศไทย พร้อมระบุว่ายังเป็นเพียงขั้นตอนเริ่มต้นของการตรวจสอบและประเมินความเสี่ยง โดยยังไม่มีการอนุญาตให้นำเข้าแต่อย่างใด และต้องผ่านกระบวนการพิจารณาความปลอดภัย รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นจากเกษตรกรอย่างรอบคอบก่อนนั้น
ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมถ์ ได้ออกโรงต้านการเปิดตลาดส่งออกเนื้อสัตว์ปีกให้กับประเทศจีน โดยเปิดเผยว่ากว่า 30 ปีที่สมาคมฯ เดินหน้าต่อสู้เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตไก่ของไทย ทั้งไก่เนื้อและไก่ไข่ เพื่อสนับสนุนการบริโภคภายในประเทศและการส่งออกจนสามารถก้าวขึ้นสู่การเป็น “ครัวของโลก”
นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า ดังนั้นหากรัฐบาลอนุมัติให้มีการนำเข้าไก่จากประเทศจีน จะถือว่าเป็นรัฐบาลที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยอย่างมาก เพราะในอดีต เกษตรกรไทย ต้องล้มลุกคลุกคลานกับปัญหาราคาทั้งไก่เนื้อและไก่ไข่ จนสามารถพัฒนาระบบการเป็นผู้ผลิตเพื่อการส่งออกที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก และยังสามารถช่วยให้คนไทยได้รับประทานเนื้อไก่ที่มีคุณภาพ โดยที่ภาครัฐไม่เคยยื่นมือช่วยเหลือ แต่ในวันนี้เมื่อตลาดส่งออกเนื้อไก่ของไทยกำลังไปได้ดีในต่างประเทศ จากการยอมรับเรื่องมาตรฐานด้านสุขอนามัยที่ดีจนอุตสาหกรรมการผลิตเนื้อไก่ในประเทศไทยกลายเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งทำงานของนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ และยังสามารถรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรเพื่อนำมาผลิตเป็นอาหารสัตว์ ช่วยให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่เนื้อและไก่ไข่สามารถประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน
“กว่าพวกเราจะมีความมั่นคงอย่างทุกวันนี้ ต้องผ่านความยากลำบากมาอย่างมาก เพิ่งจะมีความสุขได้เพียงไม่กี่ปี หากรัฐบาลไทยอนุมัติให้นำเข้าไก่จากจีน ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องโรคที่อาจติดเข้ามา เพราะเรายังไม่ทราบมาตรฐานด้านสุขอนามัย ด้าน Food Safety และความเสี่ยงจากโรคต่างๆ ที่อาจมากับสินค้านำเข้า” นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยฯ ระบุ พร้อมยืนยันว่า ที่ผ่านมา กรมปศุสัตว์ ทราบดีว่าเกษตรกรไทยถูกกำกับดูแลอย่างเข้มงวดในทุกขั้นตอนมากเพียงใน โดยเฉพาะเรื่องสุขอนามัย ที่หลายครั้งแทบจะรับภาระไม่ไหว แต่สุดท้ายรัฐบาลกลับจะมีการอนุมัติให้นำเข้าไก่จากจีน โดยไม่คำนึงถึงเรื่องของสุขอนามัยและผลกระทบรุนแรงที่อาจมีโรคอีกหลายชนิดตามมา จึงอยากถามผู้ที่มีแนวคิดในเรื่องนี้ว่า กำลังจะพาประเทศไทยไปในทิศทางใด ในเมื่อปัจจุบันประเทศไทยผลิตเนื้อไก่ได้เพียงพอต่อความต้องการและมีมาตรฐานด้านสุขอนามัยที่ดีที่สุด จนได้รับการยอมรับจากประเทศต่างๆ ทั้งในสหภาพยุโรปและอีกหลายประเทศทั่วโลก ยกเว้นสหรัฐอเมริกา ที่ต่างฝ่ายไม่ได้ส่งสินค้าประเภทนี้ให้กัน
“ประเทศไทย เป็นผู้ส่งออกไก่รายใหญ่ติดอันดับโลก แล้วเหตุใดเราจึงต้องนำเข้าไก่จากจีน หากมีเชื้อโรคติดเข้ามา ลูกค้าต่างประเทศที่เคยเชื่อมั่นสินค้าไทย อาจยกเลิกคำสั่งซื้อทั้งหมด ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันด้านปศุสัตว์ และเกิดความเสียหายอย่างมหาศาลอีกหลายด้านและตัวอย่างก็มีให้เห็นทั้งเรื่องทุเรียน มะพร้าว และปัญหาสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญยังจะทำให้คนไทยที่จบการศึกษาต้องตกงานอีกมาก เช่นเดียวกับกรณีที่ กรมปศุสัตว์ เผยว่าจะต้องมีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากเกษตรกรก่อนนั้น ดิฉันมองว่าแค่คิดจะจัดเวทีในประเด็นนี้ก็ผิดแล้ว ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาถกเถียง เพราะกว่าที่ประเทศไทยจะเป็นครัวของโลกที่สะอาดที่สุด เราต้องพัฒนาทั้งด้านสุขอนามัย Food Safety และระบบ Biosecurity มาอย่างหนัก” ดร.ฉวีวรรณ กล่าว
นอกจากนี้ ดร.ฉวีวรรณ เปิดเผยถึงมูลค่าการส่งออกเนื้อไก่ของไทยในแต่ละปีว่ามีจำนวนหลายแสนล้านบาท ขณะที่ตลาดภายในประเทศ มีมูลค่าไม่ต่ำแสนล้านบาทเช่นกัน เพราะไก่และไข่เป็นอาหารโปรตีนคุณภาพดี ราคาย่อมเยา และผู้ประกอบการไทยสามารถควบคุมโรค จนทำให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจ กลายเป็นอาหารหลักของคนไทยได้ วันนี้ คนไทย จำเป็นจะต้องลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของผู้เลี้ยง ผู้ขาย และผู้ส่งออก โดยในฐานะนายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอยืนยันว่าจะไม่ยอม หากรัฐบาล เปิดทางให้ต่างชาติเข้ามาเป็นผู้ส่งออกในประเทศไทย เพราะปัจจุบันอุตสาหกรรมของเรามีความพร้อมทุกด้าน ทั้งบุคลากรที่มีความรู้เรื่องการเลี้ยง การควบคุมสุขอนามัย และการป้องกันโรค
“ดังนั้นหากนักการเมืองรายใด เซ็นยินยอมเปิดตลาดเนื้อไก่ไทยให้จีน ย่อมถือว่าบุคคลนั้น รัฐบาลนั้น คือคนขายชาติ และยังเป็นกลุ่มคนที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยอย่างมาก เพราะจีนนอกจากจะเป็นทั้งคู่แข่งในการส่งออกเนื้อไก่กับไทยแล้ว วันนี้ยังมีแน้วโน้มว่าจะใช้กลไกด้านราคา เข้ามาทุบตลาดเนื้อไก่ไทย และสิ่งที่ภาคเกษตร ปศุสัตว์ของไทยควรได้รับจากรัฐบาล และหน่วยงานรัฐคือเรื่องของการให้กำลังใจและการสนับสนุน ไม่ใช่การกำหนดมาตรการทำลายอุตสาหกรรมของตัวเอง ที่สำคัญในวันนี้ ผู้ประกอบการไทย มีความสามารถในการผลิตอาหารฮาลาน ส่งขายในตลาดตะวันออกกลาง จนได้รับการยอมรับจากชาวมุสลิมทั่วโลก” ดร.ฉวีวรรณ ย้ำ
“สุดท้ายนี้ ดิฉันอยากเชิญชวนให้คนไทยรับประทานไก่ไทย เพราะเป็นโปรตีนคุณภาพดี มีมาตรฐานด้านสุขอนามัยครบถ้วน ราคาย่อมเยาว์ และการเลือกบริโภคไก่ไทยยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เพาะปลูก ผู้เลี้ยง และผู้ประกอบการของประเทศไทยทั้งระบบ เราไม่จำเป็นต้องไปซื้อสินค้าจากที่อื่น ขอให้สนับสนุนสินค้าไทยของเราเพื่อช่วยคนไทยด้วยกัน” ดร.ฉวีวรรณ กล่าว

