ตม.ชลบุรีบุกทลายแก๊งอินเดียเช่าบ้านหรูพัทยา ตั้งออฟฟิศเทรดหุ้น-คริปโตฯ ผิดกฎหมาย พบเงินหมุนเวียนเดือนละ 30 ล้านบาท
ชลบุรี (20 เมษายน 2569) พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.กวิณวัชร์ อารยะสุริวงศ์ รอง ผกก.ตม.จว.ชลบุรี และว่าที่ พ.ต.ท.กิตติภัทร หงษ์ชูเวช สว.ตม.จว.ชลบุรี นำกำลังชุดสืบสวนปราบปราม เข้าตรวจสอบบ้านพักหลังหนึ่งภายในหมู่บ้านวิวพอยต์ ซอยชัยพฤกษ์ 2 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง หลังได้รับเบาะแสว่ามีกลุ่มชาวต่างชาติรวมตัวกันเป็นจำนวนมากและคาดว่ากระทำผิดกฎหมาย โดยปฏิบัติการดังกล่าว สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมายมานานกว่า 2 สัปดาห์ จนมั่นใจว่ามีการลักลอบทำงานผิดกฎหมายจริง เจ้าหน้าที่จึงวางแผนปลอมตัวเป็นช่างไฟฟ้าเข้าติดต่อสอบถามข้อมูล เมื่อสบโอกาส จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบแบบสายฟ้าแลบ
จากการตรวจค้นภายในบ้านพัก พบชาวอินเดียทั้งหมด 30 คน แบ่งเป็นกลุ่มพนักงาน 19 คน กำลังนั่งปฏิบัติงานหน้าคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กอยู่ที่ชั้นล่าง และอีก 11 คนกำลังพักผ่อนอยู่ที่ชั้นบนของบ้าน โดยมี MR.SANDEEP อายุ 40 ปี สัญชาติอินเดีย แสดงตัวเป็นหัวหน้ากลุ่ม เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลาง ได้แก่ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 22 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 49 เครื่อง และสมุดบัญชีรายรับ-รายจ่ายหลายรายการ ซึ่งจากการตรวจสอบวีซ่าพบว่าส่วนใหญ่เดินทางเข้ามาด้วยวีซ่าท่องเที่ยวเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
จากการสอบสวนเบื้องต้น MR.SANDEEP ให้การอ้างว่า ตนเป็นบิ๊กบอสหัวหน้าออฟฟิศ โดยได้รับการว่าจ้างให้มาดูแลพนักงานชาวอินเดียกว่า 30 คน ค่าจ้างเดือนละ 1.5 – 2 หมื่นบาท เพื่อทำหน้าที่เทรดหุ้นในตลาดอินเดียและคริปโตเคอร์เรนซี โดยเป็นแอดมินคอยหาลูกค้าและบริการ โดยอ้างว่าก่อนหน้านี้ตั้งฐานอยู่ที่ประเทศดูไบ แต่เนื่องจากสถานการณ์สงคราม จึงย้ายมาตั้งออฟฟิศที่เมืองพัทยา
แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ และจะเร่งตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกภายในคอมพิวเตอร์และหลักฐานทางการเงิน เพื่อพิสูจน์ทราบว่าเป็นการทำธุรกิจเทรดหุ้นจริง หรือเป็นแก๊งสแกมเมอร์ที่หลอกลวงเพื่อนร่วมชาติให้มาร่วมลงทุนแล้วเชิดเงินหนี ซึ่งจากสมุดรายรับ-รายจ่าย พบยอดเงินหมุนเวียนสูงถึงเดือนละ 30 ล้านบาท
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาชาวอินเดียทั้งหมด “ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต” และผู้เช่าบ้านดังกล่าว ฐานไม่แจ้งที่พักอาศัยต่างชาติ ภายใน 24 ชม. ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเสนอ ผบก.ตม.3 เพิกถอนวีซ่าและผลักดันกลับประเทศต่อไป


