วันพฤหัสบดี, กุมภาพันธ์ 5, 2026
Latest:

6 พรรค ร่วมดีเบตแสดงวิสัยทัศน์ จุดเปลี่ยนประเทศ ชิงใจคนภาคตะวันออก

ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา (21 ม.ค.2569) เนชั่นทีวี จัดเวที NATION ELECTION 2569 จุดเปลี่ยนประเทศไทย SPECIAL สัญจร จุดเปลี่ยนประเทศไทย ภูมิภาค เปิดพื้นที่สาธารณะให้ทุกพรรคการเมืองได้นำเสนอวิสัยทัศน์และนโยบาย ก่อนการเลือกตั้งปี 2569 โดยมีแกนนำพรรคและผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จากพื้นที่ภาคตะวันออก เข้าร่วมแสดงจุดยืนและแนวทางการพัฒนาประเทศ

ภายในเวทีมีตัวแทนจาก 6 พรรคการเมือง เข้าร่วมแสดงวิสัยทัศน์ ประกอบด้วย 1.นายสรวงศ์ เทียนทอง พรรคเพื่อไทย 2.นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียง พรรคประชาชน 3.นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ พรรคกล้าธรรม 4.นายสาธิต ปิตุเตชะ พรรคประชาธิปัตย์ 5.นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ พรรคโอกาสใหม่ และ6.นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล พรรคปวงชนไทย บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีกองเชียร์จากทุกพรรคการเมืองเข้าร่วมให้กำลังใจผู้แทนพรรคของตนอย่างเนืองแน่น บางพรรคมีการจัดเตรียมป้าย เสื้อทีม และอุปกรณ์เชียร์มาอย่างเต็มที่ สร้างสีสันทางการเมืองของประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออก

สำหรับขั้นตอนการดีเบต แบ่งช่วงการดีเบตออกเป็น 4 ช่วง ช่วงแรกเป็นการตอบคำถาม ถ้าพรรคคุณได้เป็นรัฐบาลคุณจะผลักดันนโยบายใดและทำได้จริงให้กับยพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งแต่ละพรรคและแสดงวิสัยทัศน์ของแต่ละพรรคการเมือง โดยให้เวลาคนละ 3 นาที

เริ่มจาก นายสรวงศ์ เทียนทอง พรรคเพื่อไทย ระบุว่า พรรคเพื่อไทยยึดหลัก “นโยบายต้องทำได้จริง” โดยให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นหัวใจของเมืองพัทยา พร้อมชี้ว่านโยบายฟรีวีซาที่ผ่านมา แม้เพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยว แต่ยังขาดคุณภาพ จึงต้องปรับทิศทางสู่กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง ควบคู่การแก้หนี้เกษตรกร วงเงินไม่เกิน 500,000 บาท ระยะเวลา 3 ปี นโยบายหวยเกษียณ และการประกาศสงครามกับยาเสพติด สแกมเมอร์ รวมถึงการนำกระท่อมและกัญชากลับเข้าสู่บัญชียาเสพติดเพื่อใช้ทางการแพทย์เท่านั้น ด้านแรงงานและการศึกษา เสนอแนวคิด “เรียนได้งบ จบได้งาน” ผลิตกำลังคนรองรับอุตสาหกรรม EEC ปีละ 1 ล้านคน

ส่วนเรื่องการกระจายอำนาจ นายสรวงศ์ ระบุว่า ควรเกิดขึ้นนานแล้ว แต่ศักยภาพแต่ละท้องถิ่น ไม่ได้เอื้อนโยบายจากส่วนกลางลงไปท้องถิ่นแล้วปฏิบัติไม่ได้ เหมือนเป็นการทิ้งเปล่าๆ ที่ผ่านมา ไม่เคยมีความยั่งยืน ปี 2544 เป็นปีเดียว ที่รัฐบาลอยู่ครบ 4 ปี 2 ปีที่ผ่านมาเปลี่ยนนายกฯ ไป 3 คน ถ้าต่อเนื่องทำได้แน่

ลำดับต่อมา นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พรรคประชาชน เสนอนโยบายแก้ปัญหาภาคตะวันออก 4 ด้าน ได้แก่ การจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นธรรม การแก้ไขปัญหาที่ดินทับซ้อน การจัดการปัญหาช้างป่าด้วยเทคโนโลยีติดตาม และการแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานภาคผลไม้ โดยขยายระบบบัตรแรงงานเพื่อช่วยเกษตรกร

ส่วนเรื่องคอร์รัปชั่น นายธนาธร ระบุว่า อนุสาวรีย์ของการคอร์รัปชันความอับอายของชาวพัทยาวอเตอร์ฟรอนท์ฯ นี่แหละ นายกฯ สมัยนั้น ถูกกล่าวหาว่าทุจริต หนีคดีไปต่างประเทศ จนหมดอายุความชื่ออะไร สนับสนุนพรรคไหนให้ชาวชลบุรีไปดูเอง

ส่วน นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ พรรคกล้าธรรม ชูแนวคิด “7 กุญแจพัฒนา” ภาคตะวันออก ตั้งแต่การท่องเที่ยวเมืองรอง อุตสาหกรรม สุขภาพ ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม เกษตรกร ไปจนถึงการศึกษา โดยเสนอแนวคิด “ระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก” และการใช้เทคโนโลยีตรวจสอบแหล่งที่มาผลผลิต เพื่อสกัดทุนสีเทา

ส่วนเรื่องการคอร์รัปชั่นนั้น นายสะถิระ ระบุว่าการปราบคอร์รัปชั่น เป็นนโยบายของพรรคกล้าธรรม ตนบอกทุกคนเสมอ เราสอนให้คนเก่งได้แต่สอนให้คนชื่อสัตย์ไม่ได้ อยู่ที่สามัญสำนึก

ขณะที่ นายสาธิต ปิตุเตชะ พรรคประชาธิปัตย์ เน้นให้การพัฒนา EEC ต้องเกิดประโยชน์กับคนในพื้นที่อย่างแท้จริง ทั้งรายได้ คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม พร้อมผลักดันการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น โปร่งใส และสร้างแรงจูงใจทางเศรษฐกิจควบคู่ความเป็นธรรมด้านการเกษตร

ส่วนเรื่องการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น นายสาธิต ระบุ พรรคประชาธิปัตย์ เริ่มต้นแล้วด้วยการเมืองสุจริต คือการเข้าสู่อำนาจ เราจะไม่มีการซื้อเสียงเด็ดขาด

ด้าน นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ พรรคโอกาสใหม่ ชี้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพในพื้นที่ภาคตะวันออก ทั้งสารโลหะหนักและฝุ่น PM 2.5 พร้อมเสนอจัดการขยะ น้ำเสียอย่างเป็นระบบ พัฒนาศักยภาพโรงพยาบาล จัดตั้งศูนย์อาชีวอนามัย และผลักดันการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตตนเอง โดยปล่อยวดีเด็ดที่ว่า เรามักจะเห็นว่าตอนใกล้เลือกตั้ง จะมีออกมาพูดเรื่องซื้อเสียง แต่ละพรรคการเมือง ชอบมีหัวหน้าพรรคหล่อๆ โปรไฟล์ดี จบเมืองนอก พูดเพราะ และมีอีกฝ่ายเอาไว้หาเงินเข้าพรรค เอาไว้ทำอะไรสีเทาเป็นแบบนี้มาตลอด

ปิดท้ายด้วย นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล พรรคปวงชนไทย มุ่งเน้นการสร้างงาน สร้างอาชีพ ดึงดูดการลงทุน สร้างความชัดเจนนโยบายภาครัฐ พร้อมผลักดันอุตสาหกรรมสีเขียว และการพัฒนาโครงการท่องเที่ยวแบบ Man-made Destination โดยเฉพาะในเมืองพัทยา เพื่อเพิ่มรายได้และการจ้างงานในพื้นที่ สร้างอาชีพ ทั้งนี้ พรรคปวงชนไทยเป้าหมายคือ ดูแลเรื่องเศรษฐกิจปากท้องเราพร้อมจับมือทุกคนดูว่าพรรคนั้นมีจุดยืนเดียวกันหรือไม่ จุดยืนร่วมกันพัฒนาประเทศลดความแตกแยก ดูแลพี่น้องประชาชน