วันศุกร์, มิถุนายน 5, 2026
Latest:

ผบ.ตร.ลั่นเอาผิดกลุ่มโจ๋เขมรทำคลิปห้าว สั่งตร.ภ. 2 ล่าตัวยกแก๊ง ผู้ก่อเหตุอ้างทะเลาะกับเขมรอีกโรงงาน ไม่เกี่ยวปัญหาชายแดน

ความคืบหน้ากรณีกลุ่มวัยรุ่นชาวกัมพูชา ถ่ายคลิป เชิงใช้ความรุนแรง และ ท้าทายฝ่ายคู่อริ โดยมีการปาระเบิด ถือมีดดาบ-มีดสปาต้า เหตุเกิดแยกบึงตาต้า ถนนทางหลวงชนบท 3083 (อ.หนองใหญ่ – ชลบุรี ) ต.หนองเสือช้าง อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี และยังมีการบานปลายลุกลามไปยังเขตพื้นที่ สภ.ปลวกแดง จ.ระยอง ก่อนที่จะมีการนำคลิปลงในโลกโซเชียล จนกลายเป็นกระแสทำให้ประชาชนคนไทยเกิดความโกรธแค้น ในพฤติกรรมของกลุ่มชาวกัมพูชากลุ่มนี้ ซึ่งในเวลาต่อมา ตำรวจ ชุดสืบสวน ภ.จว.ชลบุรี และ ตำรวจ สภ.หนองใหญ่ จะสามารถจับกลุ่มผู้ก่อเหตุได้จำนวน 3 คน ตามที่มีข่าวเสนอไปแล้วนั้น
อ่านรายละเอียดข่าว ที่นี่ 👉 https://athipburapa.com/archives/50110

ต่อมาเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.เดินทางมายัง สภ.นาจอมเทียน จ.ชลบุรี เพื่อสอบปากคำผู้ก่อเหตุทั้ง 3 คน ด้วยตนเอง โดยมี พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต. พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พล.ต.ต.ปราโมทย์ งามประดิษฐ์ ผบก.ภ.จว.ระยอง ตำรวจชุดสืบสวน จังหวัดชลบุรี ตำรวจ สภ.หนองใหญ่ และ หน่วยคอมมานโด กองกำกับการสืบสวน ภ.จว.ชลบุรี คุมตัวผู้ก่อเหตุทั้ง 3 คน เดินทางมาจาก สภ.หนองใหญ่ มายัง สภ.นาจอมเทียน

สำหรับ ผู้ก่อเหตุที่ถูกตำรวจจับกุมตัวได้ 3 คน ประกอบไปด้วย 1. นายเคมมาราเมือท อายุ 20 ปี สัญชาติกัมพูชา 2.นายสะเมยอายุ 21 ปี ( มือปาระเบิด ถือมีดสปาร์ต้า และ เป็นคนนำคลิปลงในโลกโซเชียล) 3.นายพิช อายุ 20 ปี (คนขี่มอเตอร์ไซค์ ) โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สอบปากคำผู้ก่อเหตุทั้ง 3 คน ด้วยตนเอง ใช้ประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนออกมาเปิดเผยว่า จากกรณีที่ปรากฏในสื่อโซเชียลเกี่ยวกับพฤติกรรมแรงงานชาวกัมพูชา เบื้องต้นยืนยันว่ามีการจับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้ว 3 คน และยังเหลืออีก 8 คน ที่ปรากฏในคลิป ขณะนี้อยู่ในระหว่างการขยายผล และพิสูจน์ทราบเพิ่มเติมว่าเป็นใคร และมีการสั่งการให้ตำรวจภาค 2 เร่งติดตาม กลุ่มชาวกัมพูชา รวมถึงคนไทย ที่ปรากฏในคลิป มาคดีมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า ส่วนสาเหตุจูงใจในครั้งนี้ จากแนวทางการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุที่สามารถจับกุมตัวได้ เป็นแรงงานอยู่ที่โรงงานแห่งหนึ่ง ในอำเภอปลวกแดง จ.ระยอง และมีปัญหาทะเลาะวิวาทกับกลุ่มแรงงานชาวกัมพูชาด้วยกันเอง ซึ่งทำงานอยู่ที่โรงงานอีกแห่งหนึ่ง ก่อนจะมีการท้าทายกันไปมา จนเป็นที่มาของการรวมกลุ่มกันมาก่อเหตุดังกล่าว จากแนวทางการสอบสวนยืนยันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความขัดแย้งส่วนตัวของแรงงานชาวกัมพูชาด้วยกันเอง และไม่ได้เกี่ยวข้องกับสถานการณ์การสู้รบในเขตชายแดนไทยกัมพูชา เบื้องต้นผู้ก่อเหตุทั้งหมดจะถูกดำเนินคดี ตาม พ.ร.บ.วัตถุระเบิด โดยร่วมกันมีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครอง โดยผิดกฎหมาย และสร้างความเดือดร้อนรำคาญ

ด้าน นางเกิด นวล อายุ 50 ปี ชาวกัมพูชา ซึ่งเป็นแม่ของนายสะเมย หัวโจกที่ปรากฏในคลิป เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า ลูกชายเดินทางมาอาศัยอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่อายุ 15 ปี ( รวมระยะเวลาที่อยู่ในประเทศไทย 6 ปี ) ปัจจุบันลูกชายทำงานอยู่ที่โรงงานเดียวกันกับตนเอง ยอมรับว่ารู้สึกเสียใจกับพฤติกรรมของลูกชาย ที่ผ่านมาลูกชายเป็นคนเชื่อฟังตนเองมาโดยตลอด ตนเองก็คอยเตือนลูกชายห้ามออกไปทำในสิ่งที่ไม่ดี แต่ไม่คิดว่าลูกชายจะมาก่อเหตุในลักษณะแบบนี้ หลังลูกชายไปก่อเหตุก็ไม่ได้มาเล่าให้ฟัง จนกระทั่งมีตำรวจมาตามถึงบ้าน

นางเกิด กล่าวอีกว่า ภายหลังตนเห็นคลิปยอมรับว่าช็อคมากและเสียใจ อีกทั้งยืนยันว่าสิ่งที่ลูกชายทำไปไม่ได้เกี่ยวข้องกับคนไทย แต่เป็นการทะเลาะกันเองของเพื่อนร่วมชาติที่ทำงานอยู่ในจังหวัดชลบุรี ส่วนตัว ตนเองมาอาศัยอยู่ในประเทศไทยนานกว่า 25 ปี รู้สึกไม่ดีกับสิ่งที่เกิดขึ้น