วันศุกร์, กุมภาพันธ์ 20, 2026

ผวจ.ชลบุรี ชื่นชมผญบ.หนองปลาไหล แกะรอยเหตุปล่อยสารพิษลงลำห้วย สู่การทลายแล็บจีนดำซุกสารผลิตยาเสพติด “ยาอี-พอตเค-แฮปปี้วอเตอร์”

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง ร่วมกับ ตม.จว.ชลบุรี และ ตำรวจท่องเที่ยว เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านพูลวิลล่าหรู ในพื้นที่หมู่ 2 ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ว่ามีการลักลอบทิ้งสารเคมีลงลำห้วยใกล้เคียง แต่กลับตรวจพบว่าภายในบ้านหรูดังกล่าว มีการติดตั้งเครื่องสกัดสารเคมีแบบสารระเหย จำนวน 4 เครื่อง และสารต้องสงสัยคาดว่าเป็นสารตั้งต้นสำหรับผลิตยาเสพติดหลายชนิด รวมกว่า 50 ถัง และจับกุมชายชาวจีน 2 ราย โดยหนึ่งในผู้ต้องหาตกใจหลบหนีกระโดดลงจากหน้าต่างชั้น 2 กระแทกพื้นได้รับบาดเจ็บขาหัก เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา

ต่อมาในช่วงค่ำวันเดียวกัน นายสราวุธ ภักดี ผู้อำนวยการ สำนักงาน ปปส.ภาค2 สั่งการเร่งด่วนให้ นายสุรเดช ละเต๊ะซัน ผู้อำนวยการส่วนอำนวยการบังคับใช้กฎหมาย นำกำลังเจ้าหน้าที่ ปปส.ภาค 2 ประสาน ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 2 เข้าตรวจพิสูจน์สารเคมีของกลางอย่างละเอียด

ผลการตรวจสอบพบว่า ภายในถังปี๊บสีทองเป็นสารเสพติดประเภทเมทแอมเฟตามีน ส่วนผงสีขาวในกระสอบสีเงิน เป็นสารตั้งต้นผลิตยาอี ขณะที่ผงสีขาวอีกถุงเป็นวัตถุออกฤทธิ์ ประเภท 2 และถังอื่นๆ เป็นสารเคมีผสมที่ใช้ในกระบวนการผลิตสารตั้งต้นยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันตรวจยึดสารเสพติดและสารตั้งต้นทุกชนิด พร้อมเครื่องสกัดสารเคมีแบบสารระเหยทั้ง 4 เครื่อง ไว้เป็นของกลาง ก่อนควบคุมตัวชายชาวจีนทั้ง 2 รายดำเนินคดี ซึ่งผู้ต้องหาให้การอ้างว่าเป็นเพียงคนงานรับจ้าง ได้ค่าจ้างเดือนละ 40,000 บาท

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นขบวนการ “จีนเทา” เครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ เนื่องจากสารที่ตรวจพบนั้นสามารถนำไปดัดแปลงผลิตยาเสพติดได้หลายรูปแบบ อาทิ หัวเชื้อน้ำยาพอตเค และยา “แฮปปี้วอเตอร์” ซึ่งกำลังแพร่ระบาดอย่างหนักในกลุ่มนักท่องเที่ยวยามราตรี จึงต้องเร่งสืบสวนขยายผลเส้นทางการลำเลียงและแหล่งผลิต เพื่อสาวถึงตัวผู้บงการและทลายเครือข่ายขบวนการยาเสพติดดังกล่าวให้สิ้นซาก

จากนั้น ในช่วงเช้าวันที่ 14 ก.พ.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง พ.ต.อ.วสุรัชย์ ชัยธีราพัฒน์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผกก.สภ.บางละมุง และ พ.ต.อ.หญิง กิตติยา โตพัฒนกุล นักวิทยาศาสตร์ (สบ 5) ศพฐ.2 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครอง เข้าตรวจสอบบ้านพักหรู ที่ตั้งอยู่กลางชุมชนบ้านหนองเกตุใหญ่ หลังดังกล่าวอีกครั้ง พบว่าบ้านพักมีทั้งหมด 5 ห้อง โดยชั้นล่างใช้เป็นพื้นที่เก็บสารวัตถุต้องสงสัยจำนวนมาก ส่วนชั้นบนถูกดัดแปลงเป็นห้องแล็บสำหรับสกัดสารเคมี ส่งกลิ่นฉุนอบอวลทั่วบริเวณ สารทั้งหมดอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์อย่างละเอียด เบื้องต้นพบสารต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดหลายชนิด อาทิ ยาอี เมทแอมเฟตามีน โคเคน และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 บรรจุอยู่ในแกลอนพลาสติกสีฟ้าและถังปี๊ปสีทองจำนวนมาก

นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้ต้องขอชื่นชม นายศุภชัย จันทร์ทรัพย์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.หนองปลาไหล หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบการลักลอบปล่อยสารเคมีลงลำห้วยในพื้นที่ เมื่อเข้าตรวจสอบพบว่าท่อระบายน้ำเชื่อมออกมาจากบ้านหลังดังกล่าว จึงเข้าไปตรวจดูและพบชายชาวจีนพักอาศัยอยู่ภายใน 2 คน ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะกระโดดหนีจากหน้าต่างชั้น 2 ได้รับบาดเจ็บ จากนั้นจึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมสถานการณ์และตรวจค้น จนพบสารตั้งต้นในการผลิตยาเสพติดจำนวนมาก ขบวนการดังกล่าวถือว่ามีพฤติการณ์อุกอาจ ใช้บ้านพักหรูดัดแปลงเป็นโรงงานสกัดสารตั้งต้นยาเสพติด โดยเลือกตั้งอยู่ใจกลางชุมชน และอยู่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวอย่างพัทยา สร้างความเสี่ยงและอันตรายต่อประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

ด้าน พ.ต.อ.วสุรัชย์ ชัยธีราพัฒน์ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล โดยได้รวบรวมภาพจากกล้องวงจรปิดภายในบ้านและบริเวณโดยรอบ เพื่อแกะรอยหาผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม ส่วนผลการตรวจพิสูจน์สารเคมีแต่ละชนิด คาดว่าจะทราบผลภายใน 1-2 วัน โดยจากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพบว่า บ้านพูลวิลล่าหลังดังกล่าว กลุ่มชาวจีนได้ทำสัญญาเช่าในราคาสูงถึงเดือนละ 180,000 บาท และจากการตรวจสอบย้อนหลังพบว่า ก่อนหน้านี้บ้านหลังเดียวกันเคยถูกใช้เป็นฐานของกลุ่มคนจีนลักลอบเปิดเป็นออฟฟิศปล่อยเงินผิดกฎหมาย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบความเชื่อมโยงว่าเป็นเครือข่ายเดียวกันหรือไม่

เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาชายชาวจีนทั้งสองรายในความผิดฐาน “ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต” หากผลตรวจพิสูจน์ยืนยันว่าเป็นสารเสพติดหรือวัตถุอันตรายตามกฎหมาย จะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมทันที ทั้งนี้ จากการสอบสวนผู้ต้องหายังไม่ให้การซัดทอดถึงผู้บงการหรือเครือข่ายใด ตำรวจจึงเร่งขยายผลอย่างต่อเนื่องเพื่อเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป