แฉ! เหลี่ยม “ตู้คีบตุ๊กตา” ปิดป้ายเลี่ยง “สับขาหลอก” ที่แท้ “2 In 1” พนัน-ขายของ
ไม่อ้อมค้อม ถาม“ตีแสกหน้า”กันเลยนะ!
ทำไม? “ตู้คีบตุ๊กตา”เกลื่อนเมืองพัทยา!
หากจะให้จาระไน “ตรงไหนบ้าง?”
บอกเลย…จดใส่ “บัญชีหนังหมา”ห้าร้อยแผ่น คงไม่หมด…
หลุมพรางตู้คีบตุ๊กตา กลายเป็นข่าวคึกโครมเมื่อเร็วๆนี้ หลังจากที่ นายสุรชัย โคตรบุตรดี นายอำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี สั่งให้ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง และสมาชิก อส. สังกัด ร้อย.อส.อ.บางใหญ่ ลงพื้นที่ตรวจสอบ
ตู้คีบตุ๊กตาไฟฟ้า Happy Doll ชนิดหยอดเหรียญ 10 หรือแบงค์ชนิด 20,50,100 บาท ที่บริเวณตลาดอาหารทะเล และในตลาดสดบางใหญ่ซิตี้ จำนวน 4 ตู้ เบื้องต้นไม่พบผู้แสดงตนเป็นเจ้าของ และไม่สามารถพิสูจน์ผู้ครอบครองที่แท้จริงได้ จึงได้ตรวจยึด
นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางใหญ่ เพื่อติดตาม หาผู้ครอบครองที่แท้จริง หรือเพื่อเป็นพยานหลักฐาน ประกอบการสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย…
การจุดพลุของนายอำเภอบางใหญ่ระเบิดตูมตาม ส่งผลให้ “พ่อเมืองนนทบุรี” สั่งกวาดบ้าน ล้างบางตู้คีบตุ๊กตาที่แอบแฝงการเล่นพนัน จนสั่นสะเทือนไปทั้งจังหวัด แถมยังลุกลามไปทั่วประเทศ
แรงเขย่า สะเทือนถึงพื้นที่ภาคตะวันออก!!
เจ้าของธุรกิจสีเทา ตู้คีบเงินในกระเป๋าของเหล่าผู้ปกครอง จำต้องทำตัวเป็นจิ้งจกเปลี่ยนสี “รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง” รู้ว่าควรทำอย่างไรให้ปลอดภัย เพื่อให้รอดพ้นสถานการณ์ “หน้าสิ่วหน้าขวาน” ที่เกิดเร็ว จบเร็ว เหมือนไฟลามทุ่ง
กระดาษแผ่นน้อย เขียนคำว่า “งดใช้บริการ” ถูกนำไปติดบนตู้คีบตุ๊กตา ชาวบ้านชาวเมืองเห็นดาษดื่นทุกตรอกซอกซอย เกลื่อนพื้นที่อำเภอบางละมุง และเขตเมืองพัทยา!!
ว่ากันว่า ช่วงตู้อสูรจำศีล หยุดสูบเลือดสูบเนื้อ เงินในกระเป๋าสตางค์ของพ่อแม่ฟูขึ้นมาทันตาเห็น ลูกเต้าเยาวชนมีขนมนมเนยอิ่มท้องทุกวัน
แต่ตดยังไม่ทันหายเหม็น…. ณ บัดนาว “ตู้คีบตุ๊กตาไฟฟ้า” โผล่จากหลุมอีกแล้ว!
ผุดมาธรรมดาเงียบๆมันไม่ฮือฮา! เอาเป็นว่าจัดโปรฯเต็มคาราเบล! ประกาศศักดาให้โลกรู้ว่า “กูฟื้นคืนชีพแล้ว” หลังจากสลบไสล ด้วยแรงฟาด อาฟเตอร์ช็อกจากเมืองนนท์ แบบว่าเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว
ด้วยการงัดแผนการตลาด สตาร์ทเกมใช้สื่อโซเชียล แอพฯไลน์กลุ่ม เป็นกระบอกเสียง กระตุ้นความอยาก เชิญชวนฝูงแมงเม่า บินเข้ากองไฟ….ด้วยวาทกรรม สุดเย้ายวน กวนเงินค่าขนมเด็ก!
“ Hell-o WE ARE OPEN NOW”
“ Happy Day ทุกสาขา ปรับระบบใหม่….”
“วันนี้ พร้อมให้บริการพี่ๆที่น่าร้ากกไปเล่น!!ไปลุย!!ไปคีบ!!กันแว้วจ้าพี่ๆ รับรองความน่าร้ากกกของตุ๊กตา ถ้าพร้อมแว้ว ไปกันเลยย…” บลาๆๆๆ โน้มน้าวเข้าไส้เข้าพุงกันไปเลย!
การหันหน้ากลับมาสู้ฟัดคราวนี้ ประกาศมั่นหน้ามั่นโหนก “กูมีของ” ถ้าแบ็คไม่ดี หรือไม่มี “กุนซือ”ชักใยอยู่เบื้องหลัง คงไม่กล้าคัมแบ็ค กลับมาประกาศความอหังการ์อีกเป็นแน่!
ตู้คีบตุ๊กตาไฟฟ้า ถือว่าเป็นการมอมเมาเยาวชนและประชาชนทั่วไป และเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การพนันฯ ในบัญชี ข. หมายเลข 28 เครื่องหยิบจับตุ๊กตาอัตโนมัติ ท้ายพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478
หากจัดให้มีขึ้นซึ่งเป็นทางนำมาซึ่งผลประโยชน์แก่ผู้จัดโดยทางตรงหรือทางอ้อม และมีลักษณะเป็นการเล่นที่มีได้มีเสีย หรือสามารถจูงใจให้เด็กและเยาวชนเข้าเล่นโดยง่าย
อันอาจก่อให้เกิดการมอมเมาเด็กและเยาวชนได้ง่าย เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กและเยาวชนใช้จ่ายเงินโดยสิ้นเปลือง
การออกมากำราบ เท่ากับเป็นการคุ้มครองเด็กและเยาวชนมิให้ลุ่มหลง จมปลักอยู่กับอบายมุข จนโงหัวไม่ขึ้น
วกกลับมาประเด็น ผิดกฎหมาย ทำไมถึงเกลื่อนกลาดดาษดา?
เพราะ… มันเลี่ยงบาลี ตีความศรีธนญชัย กันไง!
เลี่ยงแบบไหน? ทำยังไง?
ชำแหละแหวะไส้ ตู้คีบตุ๊กตาไฟฟ้าออกมา มันถูกออกแบบมาเพื่อ ให้ “เสี่ยง” ตั้งแต่แรกแล้ว จะคีบได้หรือไม่ได้ ต้องหยอดเงินก่อน แล้ว “วัดฝีมือ”เอาเอง เสียเงิน 10 บาท อาจจะได้ไปเลย หรือควักกระเป๋าเป็นมัน หมดค่าขนมเป็นร้อยสองร้อย เงินทุบกระปุกมาเกลี้ยง หอบแห้วกลับบ้านเป็นแถว ส่วนใหญ่โดนตู้สูบเหมือนๆกัน
มันช่างน่าสมเพชสิ้นดี! พ่อแม่ อุตส่าห์ก้มหน้าก้มตา หาเงินค่าขนมให้ลูก หวังเพียงเจ้าได้กินอิ่มหนำสำราญพุง แต่กลับโดน “ตู้คีบไฟฟ้า” ยัดห่าเกลี้ยง!
บอกเลยว่า ตู้ประเภทนี้ มันถูกออกแบบ ไม่เหมาะ “จำหน่ายสินค้า”
สเปิร์มที่ผสมพันธุ์กัน คลอดมันออกมาเป็น “ตู้คีบตุ๊กตาไฟฟ้า”สำหรับเสี่ยงโชคมากกว่าขายของ ในเมื่อผิดกฏหมายไทย ทำยังไงให้มันไม่ผิด
พลิกไปดู หนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0307.10/ว 1081 ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 เรื่องซักซ้อมแนวทางการพิจารณา เครื่องเล่นซึ่งใช้เครื่องจักรกล ส่งถึงผู้ว่าฯทุกจังหวัด
สาระสำคัญในหนังสือฉบับนี้คือ การจำแนกลักษณะตู้คีบตุ๊กตา ที่เข้าและไม่เข้าข่ายการพนัน!
ลักษณะตู้คีบที่เข้าข่ายการพนัน ผู้เล่นอาจจะได้รับหรือไม่ได้รับสินค้า ซึ่งถือเป็นการพนัน เพราะมีการแพ้ชนะกัน ระหว่างผู้เล่นกับเจ้าของเครื่อง
ในกรณีที่จัดให้มีการเล่น หากยังไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ผู้ออกใบอนุญาต เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการพนันพุทธศักราช 2478 มาตรา 12 (2) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ส่วนลักษณะ ตู้คีบที่ไม่เข้าข่ายการพนัน คือ มีป้ายราคาสินค้า มีหน้าจอนับจำนวนเหรียญ ผู้เล่นต้องหยอดเหรียญครบตามราคา สินค้าที่กำหนด เพื่อให้เครื่องทำงาน และผู้เล่นจะได้รับสินค้ากลับไป ทุกครั้งเมื่อหยอดเหรียญครบ ตามราคาที่ระบุไว้
สินค้าที่ได้รับต้องเป็นสินค้าประเภทเดียวกัน มูลค่าเท่ากัน มีขั้นตอน และวิธีการขายสินค้าจากป้ายที่ติดไว้หน้าตู้ขายสินค้าแสดงอย่างชัดเจน
อธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือตู้คีบหรือเครื่องเล่นใด ๆ ก็ตามที่มีลักษณะเป็นการหยอดเงินเพื่อเล่นแล้วได้รับสินค้า จะต้องมีการระบุราคาของสินค้าในตู้ไว้อย่างชัดเจน เมื่อผู้เล่นหยอดเงินจนถึงราคาที่กำหนดก็จะได้รับสินค้าแน่นอน
ลักษณะแบบนี้ถือว่าไม่ใช่การพนัน แต่เป็นการซื้อขายรูปแบบหนึ่ง โดยเรียกว่าเป็น “ตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ” นั่นเอง
แค่นำแผ่นป้ายติดเข้าไปซะ สถานะมันก็เปลี่ยน! เหมือนเอาเสื้อสูทนักบุญ มาสวมใส่ให้มหาโจรดีๆนี่เอง!
แต่หากดู“เหลี่ยมคู”ชั้นเชิงอันแยบคายที่ซ่อนอยู่…จะรู้ว่าสิ่งที่เห็นจนชินชา… กลับตรงกันข้าม!
ว่ากันที่ราคาตุ๊กตาในตู้ก่อน แต่ละตัว แต่ละอย่าง ราคาไม่ต่ำกว่า 250-300 บาท ไปจนถึง 4-500 บาท หรือ แพงกระฉูด 6-700 บาท ยิ่งเป็นตุ๊กตาตัวฮิต เซตราคาหลักพันก็มี
ราคากระซวกยับดับวิญญาณ แพงหูฉี่ขนาดนี้ สมน้ำสมเนื้อ หรือโหดเกินไป สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ “สคบ.”ควรต้องเข้าไปดูแล้วล่ะ เพื่อความเป็นธรรมกับผู้บริโภค
ส่วนตุ๊กตาที่โชว์ในตู้ ไม่รู้ว่าถูกลิขสิทธิ์หรือไม่?
มาลงลึกถึงวิธีซื้อ-ขาย ผ่านกลไกเกมคีบของตู้สินค้าอัตโนมัติ
สาระสำคัญ…ผู้เล่นต้องหยอดเหรียญครบตามราคาสินค้าที่กำหนด เพื่อให้เครื่องทำงาน และผู้เล่นจะได้รับสินค้ากลับไปทุกครั้ง เมื่อหยอดเหรียญครบ ตามราคาที่ระบุไว้
แต่ในความเป็นจริง…
ลูกเล็กเด็กโตที่เข้าไปเล่นร้อยทั้งร้อย หยอดเหรียญที่แลกมา พอโยกปุ่มคีบตุ๊กตา คีบแล้วหลุด! คีบหลุด! คีบหลุด! ทุกครั้งที่คีบไม่ได้ มันมีราคาที่ต้องจ่าย หลุดทีหนึ่งต้องควักกระเป๋าหยอดใหม่ กี่รอบๆไม่ได้สักที ปลิ้นกระเป๋าจนเงินเกลี้ยง ถึงได้พากันเดินขาขวิด คอตก หน้าเหี่ยว แจวอ้าวกลับบ้านตัวเปล่าทุกราย!
เสียเงินแล้ว ไม่ได้ตุ๊กตา แบบนี้เข้าข่ายตู้พนันไหม?
เอ้าๆๆๆ ถ้าอ้างว่า เด็กหยอดเงินไม่ครบตามจำนวนที่ระบุราคา ตุ๊กตาไว้หน้าตู้ จะได้ตุ๊กตายังไง? มันเป็นตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ!
จรรยาบรรณพ่อค้าแม่ขาย หลักการซื้อมา-ขายไป เมื่อคนซื้อถอดใจไม่อยากได้แล้ว เงินที่จ่ายไปมันก็ควรต้องคืนมาด้วย ถือว่าขั้นตอนการซื้อ-ขายยังไม่สำเร็จ ใดๆมันควรคืนเงิน ใจเขาใจเรา
ยกตัวอย่างไปดูรถ ดูบ้าน จะซื้อแหละ วางเงินมัดจำจองไว้ก่อน อยู่ๆ เกิดเปลี่ยนใจไม่ซื้อแล้ว ยังเจรจาขอคืนเงินได้
หยอดตู้ตุ๊กตาจ่ายไปร้อยครึ่งร้อย ไม่เอาแล้ว “คืน” ไหมอ่ะเงิน!
หรือกินฟรี ไม่คืน งั้นเข้าข่าย “ตู้พนัน” หรือขายของล่ะ? ถามก่อน!
ถ้าให้มัน “วิน-วิน”ด้วยกันทั้งสองฝ่าย เจ้าของตู้ติดป้ายไว้เลย หยอดเงินไม่ครบ เปลี่ยนใจไม่ซื้อสินค้า ยินดี“คืนเงิน”ทำแบบงั้นมันจะได้แฟร์ๆกับเด็กๆที่เป็นลูกค้า
สนนราคาต่อตัวแต่ละตู้ไม่ใช่ถูกๆ แล้วแต่ว่าตุ๊กตาอะไร แต่จะตั้งราคาสูงไว้ก่อน บางตู้ตั้งไว้ 800 ครบรอบได้
สมมติถ้าตั้งไว้ 700บาท คือถ้าหยอดไปคีบไม่ได้ ก็หยอดไปถึง 700 บาท กลไกขาคีบจะแข็งขึ้น เรียกว่าครบรอบตู้ ง่ามหนีบมันถึงจะแข็งแล้วคีบได้
อย่างถ้าตุ๊กตาพวกกล่องสุ่มที่ฮิตๆบางตัวก็ตั้งราคา 1-2 พันเลย แล้วแต่รอบ ตั้งแบบตามใจเจ้าของตู้เลย
หยอดครั้งละ 10บาท ถ้าแบบได้ชัวร์ก็ตามราคารอบที่ตั้งไว้ แต่ถ้าแบบเล่นวัดฝีมือ บางคนคีบเก่งก็อาจจะได้เลย ไม่ต้องรอครบรอบที่ตั้งกลไกไว้ก็มี…. แต่น้อยคนจะทำได้
ในเมื่อมัน “มีได้ มีเสีย มีเสี่ยง ” ระหว่างคนเล่นกับเจ้าของตู้ ขอถามว่า เข้าข่ายการพนันไหมจ้ะ?
ตู้คีบตุ๊กตาไฟฟ้าที่เกลื่อนบ้านเกลื่อนเมือง หากบอกว่ามันคือตู้ “ทู อิน วัน” ได้ทั้งรุกและรับ ปรับเปลี่ยนสีได้ยามเมื่อมีภัยมา เหมือนสัตว์เลื้อยคลานบางประเภท ก็คงไม่ผิด
ตุ๊กตาในตู้เป็นสื่อล่อให้เกิดความอยาก ตั้งราคาไว้สูงลิบลิ่ว นั่นคือตัวกระตุ้น หากอยากได้ของถูกกว่าราคาที่ตั้งไว้ ต้องยอมหยอดเงินเสี่ยงคีบเอา หมดตูดเงินหมดเลิกกลางคัน ตู้กินเงินไปฟรีๆ
ไม่มีเด็กคนไหน…ทู่ซี้ ประเคนหยอดเงินมากมายจนได้ตุ๊กตา หลงเข้าไปเล่นก็ด้วยความคิด “หวังได้” ไม่ใช่ไปซื้อ “ตุ๊กตุ่นตุ๊กตา”ราคามหาโหด บอกกันตรงๆเลยนะ ดูไปดูมา มันไม่ต่างกับตุ๊กตาร้านปาเป้าปาโป่ง ตามงานวัด สักเท่าไหร่เลย!
ขอส่งไม้ต่อไปยัง “ผู้มีอำนาจ” หากคิดทำหมัน “ตู้วิปริต” ให้สูญพันธุ์คงไม่ใช่เรื่องที่เหลือบ่ากว่าแรง กลวิธีการสืบสวน รวบรวมเก็บหลักฐาน มันง่ายเสียยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก!
นอกเสียจากม่านสีม่วงบังตา เห็นตู้มายา เป็นแค่ตู้วางสินค้าอัตโนมัติ!
ทุกวันนี้ โลกมันกลม แต่สังคมมันเหลี่ยม แปะ “ป้ายตู้ขายสินค้า” ไว้สับขาหลอก เป้าหมายมอมเมาเยาวชน หลอกล่อลูกเล็กเด็กโต เข้าไปสู่วงจรตู้พนันอุบาทว์ ตุ๊กตาอาบยาพิษ
ตรรกะขยะสังคม เหมือนเปิดบ่อนในบ้าน แต่แขวนป้ายบอก บ้านนี้ไม่มีบ่อน…เจ้าหน้าที่บ้านเมืองอ่านแล้ว เชื่อเป็นตุเป็นตะหูหนาตาเล่อ เห็นกงจักรเป็นดอกบัวทั่วบ้านทั่วเมือง!
สังคมทุกภาคส่วน กำลังจับจ้อง ระหว่าง “จริงใจ” กับ “จิงโจ้” ผู้ที่มีอำนาจและหน้าที่ จะเลือกยืนข้างไหน?
ปกป้องลูกหลานของเรา “เยาวชน” อนาคตของชาติ หรือ ก้มเลียไข่ นายทุนสีเทา!
#อั๋นพันดาว รายงานพิเศษ จากพื้นที่เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี



