ตม.ชลบุรี–ตม.3 แถลงผลตรวจ DNA ปมสงสัยแจ้งสัญชาติเท็จ พบเด็กหญิงสัญชาติไทยไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับชายไทย แต่ผลตรวจชายชาวจีนเป็นบิดา เร่งตรวจสอบเอกสาร-ที่มาสถานะบุคคล
ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา ชั้น 4 (21 ตุลาคม 2569) เวลา 15.00 น.หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีต้องสงสัยเกี่ยวกับการแจ้งข้อมูลความสัมพันธ์ทางครอบครัวและการได้มาซึ่งสัญชาติไทยของเด็กหญิงรายหนึ่ง โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี ร่วมกับกองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 ตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง โดยมี นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง พล.ต.ท.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, นายดำรงเกียรติ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยา และ พล.ต.ต.ชาตรี สุขศิริ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสอบกรณีดังกล่าว
จากข้อมูลการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบว่า เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรีได้ควบคุมตัว MR. JIANLU LI อายุ 37 ปี สัญชาติจีน ซึ่งเป็นบุคคลที่มีหมายแดงขององค์การตำรวจสากล (INTERPOL Red Notice) ออกเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2567 และมีการปรับปรุงข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2568 โดยเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการจัดให้มีหรือดำเนินกิจการพนัน ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายประมาณ 1,500 ล้านบาท และเป็นบุคคลที่ทางการจีนต้องการตัว
สำหรับประเด็นความสัมพันธ์ทางครอบครัว ผลการตรวจสารพันธุกรรม (DNA) ระบุว่า MR. JIANLU LI มีความสัมพันธ์ทางชีวภาพกับเด็กหญิงเกสรา สินธรมัย ซึ่งมีสัญชาติไทย ในฐานะบิดาและบุตร
ขณะเดียวกัน ผลการตรวจ DNA ของนายธนา สินธรมัย ซึ่งมีสัญชาติไทย ระบุว่าไม่พบความสัมพันธ์ทางชีวภาพกับเด็กหญิงรายดังกล่าวในฐานะบิดาและบุตรตามผลการตรวจที่นำเสนอข้อมูลดังกล่าวถือเป็นประเด็นสำคัญในการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางครอบครัว โดยเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการแจ้งเกิด การรับรองความเป็นบิดา ตลอดจนขั้นตอนการดำเนินการเกี่ยวกับสถานะบุคคลและสัญชาติของเด็กหญิงรายนี้ เพื่อพิจารณาว่าการดำเนินการที่ผ่านมาเป็นไปตามหลักเกณฑ์และกฎหมายหรือไม่
จากการตรวจสอบภายในบ้าน เจ้าหน้าที่พบ MRS.YOURUI WANG อายุ 33 ปี สัญชาติจีน ซึ่งเป็นมารดาของเด็กหญิงเกสรา สินธรมัย อายุ 2 ปี ตามข้อมูลที่ปรากฏในการตรวจสอบ โดยเด็กหญิงรายดังกล่าวมีสัญชาติไทย
เจ้าหน้าที่จึงนำข้อมูลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของบุคคลภายในครอบครัวมาประกอบการตรวจสอบ ทั้งในส่วนของผลตรวจ DNA เอกสารรับรองความเป็นบิดาและมารดา ตลอดจนที่มาของการได้รับสัญชาติไทยของเด็กหญิง
อย่างไรก็ตาม การที่เด็กหญิงสัญชาติไทยอยู่ในการดูแลของบุคคลต่างชาติไม่ได้เป็นหลักฐานยืนยันว่ามีการกระทำผิดโดยตัวมันเอง การพิจารณาข้อเท็จจริงจึงต้องอาศัยพยานหลักฐานหลายส่วนประกอบกัน โดยเฉพาะเอกสารทางทะเบียนและข้อมูลจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง
ข้อมูลประวัติการเดินทางที่นำเสนอระบุว่า MR. LI JIANLI สัญชาติจีน เดินทางเข้าราชอาณาจักรไทยครั้งแรกเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2564 ใช้วีซ่าประเภท TR-15 (VOA) ขณะที่ในช่วงปี 2567–2568 มีข้อมูลเกี่ยวกับการใช้วีซ่าด้วยเหตุจำเป็นทางธุรกิจ และเดินทางเข้าประเทศครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ด้วยวีซ่าประเภท ผ.60–ม.17 ตามที่ระบุไว้ในเอกสาร
ส่วน MRS. WANG YOURUI สัญชาติจีน มีประวัติเดินทางเข้าราชอาณาจักรไทยครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2559 โดยใช้วีซ่าประเภท TR-15 (VOA) ต่อมาในช่วงปี 2565–2568 มีข้อมูลเกี่ยวกับการใช้วีซ่าด้วยเหตุจำเป็นทางธุรกิจ และเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 มีข้อมูลการใช้วีซ่าประเภทอุปการะบุตรสัญชาติไทย ก่อนเดินทางเข้าประเทศครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ด้วยวีซ่าประเภท NON-O เพื่ออุปการะบุตรสัญชาติไทย
นอกจากนี้ ข้อมูลในเอกสารยังระบุว่าบุคคลทั้งสองมีประวัติการเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักรร่วมกัน 9 ครั้ง และในส่วนประวัติของหญิงชาวจีนมีการระบุจำนวนการเดินทางเข้า-ออกรวม 23 ครั้ง
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดจำนวนครั้งและช่วงเวลาการเดินทางควรได้รับการตรวจสอบกับฐานข้อมูลฉบับเต็มของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอีกครั้ง เพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้องและสอดคล้องกัน โดยประวัติการเดินทางเพียงอย่างเดียวยังไม่อาจใช้ยืนยันการกระทำผิดได้
ประเด็นสำคัญที่เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบต่อจากนี้ ได้แก่ ความถูกต้องของเอกสารแจ้งเกิดและเอกสารรับรองความสัมพันธ์ทางครอบครัว กระบวนการรับรองความเป็นบิดาและมารดา ตลอดจนหลักเกณฑ์และขั้นตอนที่ทำให้เด็กหญิงได้รับสัญชาติไทย
นอกจากนี้ ยังต้องตรวจสอบว่าการใช้สถานะบุตรสัญชาติไทยประกอบการยื่นขออนุญาตพำนักในราชอาณาจักรของบุคคลต่างชาติเป็นไปตามข้อเท็จจริงและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ หากพบความผิดปกติหรือมีพยานหลักฐานเพียงพอว่ามีการใช้เอกสารอันเป็นเท็จ เจ้าหน้าที่จะต้องพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ ผลตรวจ DNA เป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้ประกอบการพิจารณาความสัมพันธ์ทางชีวภาพ แต่ไม่ได้เป็นข้อยุติโดยอัตโนมัติว่ามีการกระทำผิดเกี่ยวกับการแจ้งสัญชาติหรือเอกสารทางทะเบียนหรือไม่ เนื่องจากยังต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการแจ้งเกิด สถานะทางกฎหมายของบุคคล และขั้นตอนการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน