อัยการฯพัทยา จัดครบ จบเร็ว!ฟ้อง“หมิงเชิง ซุน”คลังแสงซีโฟร์ ศาลฯ ตัดสิน จำคุก44 ปี 24 เดือน
อัยการจังหวัดพัทยา ยุค 5 G ทำงานรวดเร็วไม่มีอืดอาดล่าช้า สรุปสำนวนคดีดัง “คลังแสงอาวุธสงคราม มังกรซีโฟร์” ที่ประชาชนให้ความสนใจและติดตามว่าผลจะลงเอยอย่างไร? กรณี นายหมิงเชิง ซุน ขับรถเก๋งโตโยต้า สีขาว ทะเบียน ฉง 2305 ชลบุรี ตีลังกาหงายท้องชี้ฟ้า โดยมีเพื่อนสาวนั่งมาด้วย และทั้งสองไม่ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดในช่วงเย็นวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 บนถนนเลียบทางรถไฟ มุ่งหน้าไปทางพัทยา เขตรับผิดชอบ สภ.นาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่มาให้ความช่วยเหลือ และอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เจอพิรุธจึงขอตรวจ เจอแมกกาซีนปืนเปล่า ในกระเป๋าสะพายคาดอก1 อัน อยู่ที่ตัวนายหมิงเชิง ซุน ก่อนตรวจค้นในรถ พบอาวุธปืนพกสั้นยี่ห้อ “กล็อค26” ใช้กระสุนขนาด 9 มม. ระบบการยิงแบบกึ่งอัตโนมัติ SEMI-AUTO บรรจุกระสุนเต็มแมกกาซีน 10 นัด และแมกกาซีนของ “ปืนไรเฟิล M4” กระสุน 20 นัด ยัดอยู่เต็มแมกฯ
เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงนำตัวไปขยายผล ตรวจค้นบ้านพักเลขที่ 45/90 ภายในหมู่บ้านเดอะเมเปิ้ล หมู่ 2 ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ในเย็นวันเดียวกัน พบอาวุธสงครามทั้งปืนลูกระเบิด และยุทธภัณฑ์ หลายรายการ ซุกซ่อนภายในบ้าน ขนาดคลังแสงย่อมๆ ซึ่ง นายหมิงเชิง ซุน หนุ่มแดนมังกร วัย 31 ปี อ้างว่าอาวุธดังกล่าวเป็นของ “สะสม” ที่ตัวเองชอบ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีการขยายผลไปถึงบุคคลที่เกี่ยวข้อง ดำเนินคดีหลายราย
ความคืบหน้าในคดีดังกล่าว มีรายงานว่า พนักงานอัยการจังหวัดพัทยาซึ่งเป็นโจทก์ นำสำนวนคดีส่งฟ้อง นายหมิงเชิง ซุน จำเลยที่ 1 กับพวกรวม 2 คน ต่อศาลจังหวัดพัทยา เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ในข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืนแบบที่นายทะเบียน จะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ไว้ในความครอบครองโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุสมควร
ข้อหา มีอาวุธปืนติดตัวและเครื่องกระสุนปืน แบบที่นายทะเบียน จะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย มีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต มีวัตถุระเบิดแบบที่นายทะเบียน จะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ไว้ในครอบครอง โดยผิดกฎหมาย มีไว้ในครอบครองซึ่งยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต และทำ มี ใช้ นำเข้า นำออก หรือค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมหรือส่วนใดๆ แห่งเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนสงคราม1กระบอก จำเลยที่ 1 แต่ผู้เดียวมีไว้ในครอบครองอาวุธปืนสงคราม เครื่องกระสุนปืน ซองกระสุนปืน ระเบิดซีโฟร์ วัตถุประกอบระเบิด เสื้อเกราะกันกระสุน รีโมทตัดสัญญาณโทรศัพท์ และวิทยุสื่อสาร ไว้ในครอบครองและพาอาวุธปืนฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต
ทั้งนี้ ศาลฯ นัดสอบคำให้การจำเลยทั้งสอง วันที่ 3 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลจึงให้เลื่อนไปอ่านคำพิพากษาในเวลา 14.00 น.ของวันเดียวกัน
ส่วนจำเลยที่2 ให้การปฏิเสธ ศาลให้จำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 2 ออกจากสารบบความชั่วคราว โดยให้โจทก์ยื่นฟ้องเข้ามาใหม่ภายใน 15 วัน นับแต่วันนี้ (3สิงหาคม2569) ให้หมายขังจำเลยที่ 2 ไว้ในคดีนี้ จนกว่าจะมีฟ้องเข้ามาใหม่
ต่อมาในเวลา 14.00 น.ศาลพิจารณาแล้ว พิพากษาว่า จำเลยที่1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 55,78 , 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 38, 72 วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสอง, 74 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 พระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. 2530 มาตรา 15, 42 และพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 มาตรา 6, 23 การกระทำของจำเลยที่1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91
ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ จำคุก 6 ปี,ฐานมีอาวุธปืนของผู้อื่นที่ได้รับใบอนุญาตและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน,ฐานมีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ และฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 8 ปี ฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุสมควรจำคุก 6 เดือน ฐานมีวัตถุระเบิดโดยไม่ได้รับอนุญาต ฐานมีวัตถุระเบิดแบบที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ และฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานมีวัตถุระเบิด ที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกตลอดชีวิต ฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 3 ปี และฐานมี ใช้ นำเข้า นำออก หรือค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม หรือส่วนใดๆ แห่งเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปีจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ
แต่เนื่องจากการกระทำความผิดของจำเลยมีพฤติการณ์ร้ายแรง กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน และความมั่นคงของรัฐ จึงเห็นควรลดโทษให้เพียงกระทงละหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนแบบที่นายทะเบียน ไม่อาจออกใบอนุญาต ให้ได้ คงจำคุก 4 ปี ฐานมีอาวุธปืนของผู้อื่นที่ได้รับใบอนุญาต และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต คงจำคุก 4 เดือน ฐานมีอาวุธปืน แบบที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ คงจำคุก 5 ปี 4 เดือน ฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุสมควร คงจำคุก 4 เดือน ฐานมีวัตถุระเบิดแบบที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ คงจำคุก 33 ปี 4 เดือน ฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต คงจำคุก 2 ปี และฐานมี ใช้ นำเข้า นำออก หรือค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมหรือส่วนใดๆ แห่งเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน คงจำคุก 8 เดือน คงจำคุกรวม 44 ปี 24 เดือน
พร้อมกันนี้ ศาลสั่งริบปืนพกออโตเมติก(GLOCK) ขนาด 9 มิลลิเมตร LUGER และกระสุนปืนออโตเมติก ขนาด 9 มิลลิเมตร ปืนเล็กกล (M4) ปืนเล็กกล (M16) กับดักระเบิดสังหารบุคคล POMZ2 ระเบิดสังหารบุคคลชนิดขว้าง แบบ K75 ระเบิดสังหารบุคคลชนิดขว้าง แบบ 6/01 เรือนชนวนกับดักระเบิด POMZ2 เซฟตี้พิม POMZ2 หลักปักกับดักระเบิด POMZ2 ระเบิดขว้างสังหารบุคคล BA/WA วัตถุระเบิดแรงสูงชนิดดินระเบิดซีโฟร์ (COMPOSITION C4) เสื้อเกราะกันกระสุน,หน้ากากพร้อมหม้อกรอง สารเคมีชนิดไซโคลไทรเมทิลีนไทรไนทรามีน เครื่องตัดสัญญาณวิทยุ และชุดรีโมท
ภายหลังผู้พิพากษาอ่านคำตัดสินเสร็จสิ้น จำเลยไม่มีการยื่นคําร้องขอปล่อยชั่วคราว เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวเข้าเรือนจำ ตามขั้นตอนต่อไป
อั๋นพันดาว-รายงาน


