วันอาทิตย์, มิถุนายน 7, 2026

รองปลัดมท.ติดตามความพร้อมโครงการ “ฟื้นฟูป่าชายเลน–จัดการขยะทะเล” พื้นที่ชลบุรี ก่อนผลักดันเข้าสู่แผนราชการปีงบฯ 2570

ที่ ห้องประชุมสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 ตำบลเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี (3 กรกฎาคม 2568) นายขจร ศรีชวโนทัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทยเดินทางมาตรวจ ติดตามและกลั่นกรองความพร้อมของโครงการที่จะเสนอขอรับการบรรจุในแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 โดยมีนายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย นายอดิเรก อุ่นโอสถ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ

การลงพื้นที่ครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อตรวจสอบความพร้อมของโครงการเชิงพื้นที่ที่สอดรับกับนโยบายการพัฒนาประเทศและแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นเขตยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมของประเทศ

นายอิเรก อุ่นโอสถ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 1 ประกอบด้วย จังหวัดชลบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดระยอง มีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมกลุ่มจังหวัด 2.69 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 14.98 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมทั้งประเทศ มากเป็นอันดับ 1 ในจำนวน 18 กลุ่มจังหวัด ทำให้กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 1 เป็นฐานเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศประกอบกับการเป็นพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ทำให้กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 1 เป็นศูนย์รวมที่ตั้งของอุตสาหกรรมสำคัญ นอกจากนี้ ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและหลากหลาย ซึ่งเป็นที่รู้จักในระดับชาติและนานาชาติ เช่น วัดโสธรวรารามวรวิหาร พัทยา เกาะเสม็ด และเป็นแหล่งเพาะปลูกผลไม้หลักของประเทศ โดยเฉพาะมะม่วง ทุเรียน มังคุด และเงาะ จากศักยภาพเชิงพื้นที่ดังกล่าว กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 1 จึงกำหนดเป้าหมายสู่การเป็น ”เขตเศรษฐกิจชั้นนำระดับอาเซียน พัฒนาอย่างสมดุลและยั่งยืน บนพื้น ฐานสังคมเป็นสุข”

สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 ได้รายงานข้อมูลภาพรวมและนำเสนอ 2 โครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการส่งเสริมความรู้ สร้างงาน สร้างรายได้ เพิ่มมูลค่าจากภูมิปัญญาชาวบ้านจากป่าชายเลน วงเงินงบประมาณ 3.5 ล้านบาท มุ่งเน้นการฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน ควบคู่กับการส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการแปรรูปทรัพยากรที่ยั่งยืนต่อไป

ส่วนโครงการบริหารจัดการขยะทะเลตามหลักวิชาการด้วยอวนดักขยะทะเลบริเวณทรัพยากรป่าชายเลนและทรัพยากรปะการังในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก EEC อย่างยั่งยืนโดยชุมชนมีส่วนร่วม งบประมาณ 12 ล้านบาท มีเป้าหมายเพื่อลดปริมาณขยะทะเลที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล พร้อมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนผ่านการจัดตั้งเครือข่ายเฝ้าระวังและบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบ

นายขจร ศรีชวโนทัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ตนพร้อมคณะผู้แทนจากกระทรวง มหาดไทย สภาพัฒน์ฯ และสำนักงบประมาณมาลงพื้นที่กลั่นกรองและตรวจสอบความพร้อมโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ 1) โครงการส่งเสริมความรู้ สร้างงาน สร้างรายได้ เพิ่มมูลค่าจากภูมิปัญญา ชาวบ้านจากป่าชายเลน และ2) โครงการบริหารจัดการขยะทะเลตามหลักวิชา การด้วยอวนดักขยะทะเลบริเวณทรัพยากรป่าชายเลน และทรัพยากรปะกา รังในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) อย่างยั่งยืนโดยชุมชนมีส่วนร่วม การจัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปี หรือข้อเสนอโครงการของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดมีความสำคัญมาก เนื่องจากเป็นช่องทางในการขอรับการจัดสรรงบประมาณเพื่อการพัฒนาพื้นที่แม้ว่าการจัดทำแผนฯ ของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดเป็นสิ่งที่จังหวัดต้องทำเป็นประจำทุกปี และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ ก.น.บ. กำหนด แต่อยากฝากให้ทุกท่านให้ความสำคัญกับ “การจัดทำแผนที่มีคุณภาพ” “การจัดทำแผนที่มีคุณภาพ” หัวใจสำคัญอยู่ที่ 1) ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และนโยบายรัฐบาล 2) การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysis) เพื่อประกอบการวิเคราะห์สถานการณ์ และกำหนดทิศทางการพัฒนาจังหวัดให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ 3) การมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคีเครือข่าย เนื่องจากปัจจุบันรัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่แบบบูรณาการ จึงอยากให้ฟังเสียงของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียในการจัดทำแผนฯ ของจังหวัด

ในส่วนของการจัดทำข้อเสนอโครงการขอฝากให้ทุกท่านให้ความสำคัญกับ 1) การเตรียมความพร้อมก่อนการดำเนินโครงการ ความพร้อมของแบบรูปรายการ การขออนุญาตใช้พื้นที่เพื่อให้สามารถเริ่มดำเนินการได้ทันที่ทีได้รับการจัดสรรงบประมาณ 2) การบริหารโครงการและงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพให้มีผลการเบิกจ่ายตามเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนด

ภายหลังการประชุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทยพร้อมคณะได้เดินทางไปที่ “ป่าในเมือง ชลบุรี” หมู่ที่ 3 ตำบลเสม็ด เพื่อตรวจสอบสภาพแวดล้อมและความพร้อมของโครงการจัดการขยะทะเลในพื้นที่จริง และเยี่ยมชมสินค้าชุมชนจากกลุ่มแม่บ้านด้วย