สุดเย้ย..เมืองพัทยาสั่งรื้อถอนสะพานข้ามคลองพัทยาใต้-ห้ามใช้ แต่กลับกลายเป็นที่จอดรถเก็บเงิน อ้างส่งส่วยแล้ว

     จากกรณีที่มีการร้องเรียนจากประชาชนว่าพื้นที่แนวคลองพัทยาใต้ จ.ชลบุรี ที่เมืองพัทยาได้ดำเนิน การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำตลอดแนวคลองเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง ทั้งในส่วนของอาคาร สะพาน การระงับการก่อสร้างอาคารต่างๆเนื่องจากตามกฎหมายต้องแนวระวางเขตที่กำหนด ก่อนจะจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาทั้งระบบการระบายน้ำและทางเดินเท้าสาธารณะใหม่นั้น แต่พบว่ามีผู้ประกอบการบางแห่งนำโครงสะพานเหล็กมาจัดตั้งคร่อมคลองไว้ ซึ่งสะพานนี้มีลักษณะเป็นเหล็กพร้อมราวสะพานอย่างแน่นหนาเพื่อเชื่อมต่อเข้าไปยังที่ดินริมฝั่งคลองอีกด้าน โดยหลายฝ่ายมองว่าโครงสร้างสะพานดังกล่าวมีการขออนุญาตอย่างถูกต้องและสามารถกระทำการได้หรือไม่

กระทั่งล่าสุดเมืองพัทยาได้ปิดหมายประกาศ แบบ ค.3 แจ้งความไปยังเจ้าของอาคารว่าให้ระงับการสร้างสะพานเหล็กขนาด 2.5×20 เมตร จำนวน 1 สะพาน โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 40 วรรค 1 และมาตรา 41 วรรค 1 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคารจนกว่าจะได้รับอนุญาต รวมทั้งการห้ามมิให้บุคคลใดใช้หรือเข้าไปในส่วนใดๆของอาคารหรือบริเวณที่มีการกระทำดังกล่าว และหมายคำสั่งรื้อถอน ค.7 ตามมาตรา 42 กรณีก่อสร้างดัดแปลงเคลื่อนย้ายอาคารกระทำโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องได้ โดยให้รื้อถอนสะพานเหล็กออกทั้งหมด ซึ่งอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 ให้แล้วเสร็จภายใน 35 วัน หลังได้รับคำประกาศ โดยหากพ้นกำหนดเมืองพัทยาจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ลงชื่อ นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา ลงนามวันที่ 5 ก.ค.2562
(อ่านข่าว…ขีดเส้นตาย 35 วัน หลังปิดหมาย รื้อถอนสะพานคร่อมคลองสาธารณะพัทยาใต้ )
แต่ปรากฏว่า มีรายงานว่าในทุกค่ำคืนจะมีกลุ่มบุคคลบางกลุ่มนำพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งเป็นที่สาธารณะ นำมาทำเป็นที่จอดรถจักรยานยนต์ของประชาชนและนักท่องเที่ยว เพื่อทำธุระหรือเดินทางไปท่องเที่ยวในสถานบริการภายในโครงการถนนวอล์คกิ้งสตรีท พัทยาใต้ โดยพบว่ามีการเรียกเก็บค่าบริการจากผู้ใช้รถที่นำรถมาจอดในอัตราค่าบริการคันละ 20-100 บาท ทั้งที่เป็นพื้นที่ๆสามารถให้ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ ที่สำคัญสะ พานข้ามคลองดังกล่าวยังเป็นสะพานที่เมืองพัทยาปิดหมายห้ามใช้ประโยชน์และมีคำสั่งรื้อถอนไปแล้ว

ทั้งนี้ จากการสอบถามคนในละแวกดังกล่าวทราบว่าการใช้พื้นที่ดังกล่าวมีการเก็บค่าบริการจริง แต่มีการจัดส่งรายได้ให้แก่เจ้าหน้าที่รัฐบางหน่วยงานเดือนละ 2,500 บาท ซึ่งเป็นเรื่องที่สร้างความฉงนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก จึงอยากให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวด้วยว่าเป็นจริงหรือไม่อย่างไร

Follow Us