ส.อุตสาหกรรมสถานบันเทิงพัทยาฯ โอดโลว์ซีซั่นเฉา นทท.ลดฮวบ หวัง EEC เป็นฮีโร่มาช่วยฟื้นธุรกิจ

            นายดำรงเกียรติ พินิจการ เลขาฯ สมาคมอุตสาหกรรมบันเทิงและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา เปิดเผยถึงสถานการณ์ท่องเที่ยวในเมืองพัทยา ช่วงโลว์ซีชั่นในปี 62 นี้ สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองพัทยา สถานบริการ ทั้งกลุ่มบาร์เบียร์ ไนต์คลับ ผับ บาร์ พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงอย่างเห็นได้ชัด หากเปรียบเทียบจากยอดของนักท่องเที่ยวช่วงซีซั่นของปี 61 โดยพบว่าปริมาณนักท่องเที่ยวลดลงถึงร้อยละ 20-30  ทั้งนี้เกิดจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดหลักอย่างนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งมีปริมาณลดลงอย่างชัดเจน โดยคาดว่ามีผลพวงมาจากเหตุการณ์เรือล่มที่จังหวัดภูเก็ต รวมถึงเหตุการณ์ที่มีนักท่องเที่ยวชาวจีนถูกทำร้ายที่สนามบิน ทำให้รัฐบาลจีนเกิดความไม่พอใจที่นักท่องเที่ยวชาวจีนถูกทำร้ายจนส่งผลกระทบในภาพลบต่อประเทศ

 

            นายดำรงเกียรติ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวของเมืองพัทยานั้นจะมีนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ที่เดินทางมาท่องเที่ยวมากขึ้น อย่างกลุ่มตลาดอินเดีย จึงทำให้มาทดแทนกลุ่มตลาดจีนได้บางส่วน ซึ่งกลุ่มนักท่องเที่ยวตลาดหลักเดิมในอดีตอย่าง รัสเซีย หรือตลาดยุโรป หายไป จะมีตลาดนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาแทน ซึ่งในปัจจุบันตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่หายไป ส่วนใหญ่จะเป็นในส่วนของกรุ๊ปทัวร์ แต่จะมีกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มใหม่ที่เดินทางมาท่องเที่ยวหรือที่เรียกว่าตลาดนักท่องเที่ยว FIT จึงทำให้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวด้วยตัวเอง จองโรงแรมเอง และจะมาท่องเที่ยวตามรอยแอพพลิเคชั่นของคนจีน ซึ่งหากสถานประกอบการ ร้านค้าในเมืองพัทยาที่เจาะตลาดกลุ่มลูกค้าจีนสไตล์ FIT อยู่แล้วคงไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ส่วนสถานบริการที่รับแต่กรุ๊ปทัวร์เพียงอย่างเดียว จะได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก

            แต่แม้ตัวเลขของ ททท. ที่ระบุว่ากลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวจีนมีการเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มขึ้นนั้นอาจจะเป็นการมองในภาพรวมที่มีสถิติเดินทางเข้ามาในประเทศไทย แต่เรื่องของการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีนที่มาเป็นกรุ๊ปทัวร์จะเลือกท่องเที่ยวแบบประหยัด ขณะเรื่องสถานการสงครามการค้าหรือ Trade War พบว่าในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา กลุ่มนักท่องเที่ยวยุโรปไม่มีการเดินทางมาท่องเที่ยวยังเมืองพัทยาเลย เนื่องจากค่าเงินบาทที่แข็งตัวเพราะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากเดิม จึงมีการย้ายสถานที่ท่องเที่ยวที่ทำให้การใช้จ่ายเกิดการาคุ้มค่ามากกว่า ทำให้นักลงทุนชาวต่างชาติที่มาร่วมลงทุนในการประกอบกิจการสถานบันเทิง บ้างกลุ่มเริ่มถอนทุนออกไปบ้างแล้ว

            เลขาฯ สมาคมอุตสาหกรรมบันเทิงและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา กล่าวต่ออีกว่าในอนาคตมองว่าการปรับเข้าสู่ EEC นั้น ในมุมมองของตัวเองคิดว่าเมืองพัทยายังได้เปรียบกว่าเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ ด้วยเมืองพัทยาเป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้สนามบิน สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา ทำให้การเดินทางมาท่องเที่ยวยังเมืองพัทยาสะดวก อีกทั้งในพื้นที่เมืองพัทยาเองมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวควบคู่การท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวทำให้ผู้ประกอบการมีรายได้ แม้จะเป็นช่วงระยะสั้นก็ตาม แต่ถือเป็นสีสันและแรงกระตุ้นนักท่องเที่ยวในเดินทางมาท่องเที่ยวได้มากขึ้น

            ด้าน น.ส.อำพร แก้วแสง ผู้บริหารร้านเดอะสโตนเฮาส์ วอล์คกิ้งสตรีท กล่าวว่าสำหรับสถานการณ์การท่องเที่ยวเมืองพัทยาหากเปรียบเทียบกับที่ผ่านมาพบว่ายอดนักท่องเที่ยวลดลง แต่ปัจจุบันพบมีตลาดนักท่องเที่ยวเอเชีย อย่าง จีนที่ยังคงมีอยู่และอินเดีย มาเสริม แทนกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวยุโรปที่หายไป หมดเนื่องจากค่าเงินบาทที่แข็งตัว ทำให้ผู้ประกอบการต่างต้องปรับตัวเพื่อรับกับสถานการณ์การท่องเที่ยวที่เกิดขึ้น ทั้งการจัดทำโปรโมชั่นดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มีการใช้จ่ายมากขึ้น ควบคู่กับการจัดกิจกรรมของเมืองพัทยาในการส่งเสริมการท่องเที่ยว

            น.ส.อำพร กล่าวอีกว่านอกจากนี้ผู้ประกอบการเองก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการมให้บริการ รูปแบบของร้าน ซึ่งหลาย ๆปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวผู้ประกอบการจึงต้องมีความกระตือรือร้นมากขึ้น และจากสภาวะที่ตลาดนักท่องเที่ยวยุโรปหายไปทำให้สถานประกอบการบาร์เบียร์ปิดกิจการไปหลายแห่ง จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นผู้ประกอบการได้มีการหารือกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อหารูปแบบการรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทั้งนี้หากในอนาคตเมื่อ EEC จะเกิดขึ้นในเมืองพัทยาก็จะส่งผลดีที่ทำให้การท่องเที่ยวมีความคึกคักมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้คงต้องอาศัยระยะเวลา ซึ่งหากภาพรวมของประเทศดีส่วนตัวเชื่อว่าผู้ประกอบกิจการที่มีการปิดกิจการไปอาจ จะกลับมามาลงทุนอีกครั้งและจะทำให้สถานการณ์การท่องเที่ยวและสถานบันเทิงกลับมาคึกคักเช่นเดิม

Follow Us