สภาทนายความพัทยารุดพบชาวบ้าน ช่วยกรณีพิพาท รุกที่สาธารณะ

ชลบุรี ( 31 พ.ค.62) ที่หมู่ 4 ตำบลตะเคียนเตี้ย อ.บางละมึง นายบัณฑวัฎฐ์ พิมพ์สกุล เลขานุการสภาทนายความจังหวัดพัทยา พร้อมด้วย คณะกรรมการ และที่ปรึกษาช่วยเหลือประชาชนตามกฎหมาย ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ ม.4 ตำบลตะเคียนเตี้ย หลังจากประชาชนกว่า 30 หลังคาเรือน ร้องขอความช่วยเหลือ เนื่องจากเทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ย จะก่อสร้างสวนสาธารณะหนองหอย บนที่ดิน นสล. เลขที่ 25587 หมู่ที่ 4 ตำบลตะเคียนเตี้ย พื้นที่ประมาณ 36 ไร่ 84 ตารางวา ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวมีประชาชนอาศัยมานานกว่า 60 ปี โดยปัจจุบัน ทางเทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ยจะรังวัดล้อมรั้วเพื่อก่อสร้างสวนสาธารณะ มำให้ราษฎรในพื้นที่ดังกล่าวไม่สามารถเข้าออกที่พักอาศัยของตนได้โดยปรกติสุข
หลังรับเรื่องร้องเรียน ตัวแทนจากทางสภาทนายความจึงเดินทางมาในพื้นที่เพื่อตรวจสอบหลักฐานเอกสาร การเข้ามาจับจองพื้นที่ และอาศัยในพื้นที่ดังกล่าว ว่าครบครัวใดได้เข้ามาอาศัยในพื้นที่ดังกล่าว ก่อนปี พ.ศ.2528 หรือไม่ เพราะว่าในปี พ.ศ.2528 ได้มีการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง เลขที่ 25587 ประกาศให้พื้นที่ดังกล่าว เนื้อที่ 36 ไร่ สาธารณะสมบัติของแผ่นดิน ประเภทพลเมืองใช้ร่วมกัน โดยได้มีการปะกาศออกมาณ.วันที่ 13 สิงหาคม 2528 ทั้งนี้จากการออกหนังสือสำคัญ สำหรับที่หลวง พบว่ามีหลักฐานยืนยันว่ามีข้อพิพาทการบุกรุกพื้นที่ดังกล่าวตั้งแต่ปี พ.ศ.2524 แต่ก็พบว่ามีเพียงบางครอบครัวเท่านั้นที่มีหลักฐานการอยู่อาศัยก่อนการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง
ทั้งนี้จากการเจรจาของทางเทศบาลพบว่าผู้อาศัยส่วนใหญ่ไม่มีเอกสารยืนยันว่าได้เข้ามาอาศัยในพื้นที่ดังกล่าวก่อนปี 2528 จึงจะต้องย้ายออกพื้นที่ โดยแบ่งกลุ่มการดำเนินการในการมีความสามารถในการย้านถิ่นฐานออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มครัวเรือนที่มีอาชีพและมีรายได้มากพอที่จะย้ายถิ่นที่อยู่อาศัยโดยไม่เกิดผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต ต้องย้ายที่อยู่ออกไปจากที่เดิมไม่เกิน 3 เดือน 2.กลุ่มครัวเรือนที่มีอาชีพและมีรายได้ปานกลาง ซึ่งการย้ายที่อยู่นั้นอาจส่งผลกระทบในระดับหนึ่ง ต้องย้ายออกจากพื้นที่ไม่เกิน 6 เดือน และ กลุ่มที่ 3 คือครัวเรือนที่ไม่มีอาชีพและรายได้ที่จะสามารถย้ายถิ่นที่อยู่อาศัยได้ โดยครัวเรือนกลุ่มนี้เทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ยจะให้อาศัยอยู่ในเขตสวนสาธารณะ เพื่อปฏิบัติงานงานการดูแลรักษาสวนสาธารณะไปพลางก่อน จนกว่าจะมีรายได้หรือมีความสามารถมากพอที่จะย้ายถิ่นที่อยู่ออกไปได้

อย่างไรก็ตามในส่วนของผู้อาศัยที่ถูกแบ่งกลุ่มทั้ง 3 กลุ่มนั้น จะได้เดินทางไปพบเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ยเพื่อรับทราบแนวทางในการดำเนินการย้ายออกทางพื้นที่ โดยหากพบว่าผู้อาศัยทั้ง 3 กลุ่มไม่สามารถที่จะมีหนังสือยืนยันการเข้าอยู่ในพื้นที่ก่อน ปี พ.ศ.2528 ก็จำเป็นต้องย้ายออกจากพื้นที่สาธารณะดังกล่าว โดยจำแนกระยะเวลาตามกลุ่มที่แบ่งเอาไว้ ทั้งนี้หลังจากที่ชาวบ้านได้ออกจากพื้นที่สาธารณะดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อย ทางเทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ยจะได้ก่อสร้างกำแพงรั้วแนวเขตที่ดินต่อไป

Follow Us